ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่เขียนเอ็นทรี่นี้

แต่คิดไปคิดมาเขียนดีกว่า

เอาไว้อ่านเองว่าครั้งนึงเคยผ่านประสบการณ์อะไรมา




บอกล่วงหน้าเลยนะ ว่า ยาวมาก ยาวได้อีก

เพราะเขียนแทบทุกรายละเอียดจิงๆ

คิดว่าอ่านไปเห็นภาพได้เลย

ของมันชอบ!!













เรื่องเกิดขึ้น เมื่อวันศุกร์ ที่.. 17 กค.ที่ผ่านมา.. นานมากแล้ว


พาเด็กไปเล่นที่ทะเลสาบแถวบ้าน ห่างจากบ้านไม่ถึง 10 นาที

ใกล้ถึงเวลากลับก็เรียกเด็กใส่รองเท้า แล้วตัวเองเก็บของเพื่อจะเอาไปใส่รถก่อน(เพราะของเยอะ)

แค่ก้าวเท้าเหยียบหญ้าเท่านั้นแหละ

ร้องจ๊ากทันที เพราะมันจี๊ดมาก สะดุ้งโหยง แล้วดูว่าอะไรกัด(กู)วะ

มีจุดสีแดง 2 จุดที่ตาตุ่ม แล้วปวดๆ ประมานนึง

เลยตะโกนบอกเด็กว่ารีบใส่รองเท้า แล้วตัวเองก็รีบวิ่งเอาของไปเก็บที่รถ

เพราะไม่รู้ว่าโดนอะไรเข้าไป กลัวตัวเองจะเป็นอะไรแล้วเอาเด็กไปส่งไม่ถึงบ้าน

ต้องรีบทำทุกอย่างให้เสร็จเร็วที่สุด

พอวิ่งไปถึงรถเท่านั่นแหละ เสียงเด็กคนโตกรี๊ด รีบหันไปดู

เด็กสะบัดมือ กระโดดโหยงเหยง แหกปากเสียงดังมาก

รู้ทันทีว่า โดนเหมือนกูเข้าไปแล้วแน่ๆ

ลนลานประมานนึง ทำไรไม่ถูกไัปชั่ววินาที ว่า เกิดอะไรขึ้นแน่ ทำอะไรยังไงดีวะ

รีบวิ่งกลับไปแล้ว บอกเด็กคนโตว่า รีบวิ่ิงกลับไปที่รถเลยนะ

แล้วบอกคนเล็กว่า ไม่ต้องใส่รองเท้าแล้ว ต้องวิ่งแล้ว

พอถึงรถ ก็รีบใส่เข็มขัดนิรภัยให้เด็ก

(รู้สึกเลยว่า ตั้งแต่ใส่เข็มขัดให้เด็กมาเนี่ย
ไม่เคยใส่ได้เร็วขนาดนี้มาก่อน เพราะมีปัญหากับเข็มขัดนิรภัยเด็กคนโตตลอด)

ขับรถถึงบ้านให้เร็วที่สุด เพราะไม่รู้ว่าตัวเองกับเด็กโดนอะไร

กัวเราจะเป็นไรกลางทาง แล้วขับไม่ถึงบ้าน

ถึงแล้วบอกคนโตวิ่งเข้าบ้านไปเลย

เราเอาเด็กคนเล็กออกจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไปหาโฮสต์แม่

บอกเค้าว่า มาดูให้หน่อย ไม่รู้ว่าเราโดนอะไรกัด ตัวโตก็โดนด้วย

เค้าก็รีบวิ่งมาดูลูกเค้า แล้วดูเรา เห็นละว่าเรามีเป็นปื้นแดงๆ ขึ้น แล้วก็เรียกโฮสต์พ่อมาดูด้วย

โฮสต์พ่อถามลูกว่า จำได้มั้ยว่าอะไรกัด

ลูกตอบเป็นเรื่องเป็นราวเลยว่า ตัวที่มีเส้นสีเหลืองสีดำ

เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "ผึ้ัง"

โฮสต์แม่บอกว่า เหมือนเราจะแพ้นะ เพราะเป็นปื้ันขึ้นด้วย

โฮสต์พ่อหันมาดูแล้วถามว่าเคยโดนผึ้งต่อยมั้ย

บอกว่าไม่เคย

ถ้างั้นคงแพ้แล้วแหล่ะ ต้องไปหาหมอ

เราบอก ไปอาบน้ำก่อนได้มั้ย

โฮสต์ทั้งสองบอกพร้อมกัน ไม่ได้ ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย

รีบหยิบซองใส่พาสปอร์ตกับเอกสารกับเป๋าตังค์

โอสต์พ่อถามว่า โดนต่อยมากี่นาทีแล้ว ห้านาที สิบนาที

เราบอกประมานนี้แหละ สิบนาที โฮสต์พ่อเริ่มจับเวลาเลย (ตอนนั้นน่าจะประมาน 11 โมง 15 นาทีนะ)

โฮสต์แม่โทรหาหมอประจำของเค้า แต่ไม่มีคนรับ

ไม่มีใครรอแล้ว รีบขึ้นรถทันที

โฮสต์พ่อพาไป โฮสต์แม่กะเด็ก อยู่บ้าน

ระหว่างทางถามโฮสต์พ่อว่า เราจะเป็นอะไรมั้ย

เค้าบอกว่า เราไม่เป็นไรหรอก

แต่ก็เห็นแขนตัวเองเป็นปื้นเยอะขึ้นๆ ตามข้อพับต่างๆ ขาไม่เยอะเท่าไหร่ แต่แขนนี่..

ระหว่างนั้นก็เริ่มหนักๆ หัว

จนถึงคลีนิค เข้าไปก็มีแต่คนที่เคาท์เตอร์

จับใจความไม่ได้เยอะว่าคุยอะไรกัน

ได้ยินแต่ว่า โดนผึ้งต่อย แล้วเค้าก็ถามว่า คนไหน

พอลุกขึ้นให้เค้าดูว่าเป็นเรา เค้าบอกว่า ไปโรงพยาบาลดีกว่า ฉุกเฉินเลย

ตอนนั้นบอกโฮสต์ว่า รู้สึกว่าทุกอย่างมันหมุนๆ (จะบอกว่าเวียนหัวแต่ก็ไม่รู้ศัพท์) เค้าเลยบอกให้นั่ง

สรุปแล้วก็คือไปโรงพยาบาล พอลุกขึ้นจะเดินมารถนี่เหมือนจะล้มแต่ก็ยังไหว

โฮสต์ต้องพยุงขึ้นรถ แล้วรีบบึ่งรถทันที

ออกจากคลีินิค โฮสต์โทรไปโรงพยาบาลมั้ง น่าจะแหละ

รายงานว่าเกิดอะไรขึ้นยังไง

(แอบได้ยินวันก่อนๆ เค้าเล่าให้น้องชายฟังว่า
พอเค้าโทรไปแล้ว สักพัก 911 โทรมาหาเค้านี่แหละมั้ง
หื้อออ มันแลดูยิ่งใหญ่ดีมากประเทศนี้
ชอบนะแบบนี้ ใส่ใจชีิวิตผู้คนดี)

ระหว่างทางก็บอกเค้าว่า

เราขอโทดนะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตอนโดนผึ้งต่อยอ่ะ ก็ทิ้งเด็กไว้ แล้ววิ่งมาที่รถ

เค้าบอกไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดา(สงสัยเรื่องโดนผึ้งต่อยเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องทิ้งเด็กเนี่ยไม่รู้ - -")

ถามเค้าว่า เราจะตาบอดมั้ย เรามองอะไรไม่ค่อยถนัด

เค้าบอกไม่หรอก มันเป็นอาการข้างเคียง

แต่ถ้าหายใจไม่ออก หายใจผิดปกติ หรือว่ารู้สึกผิดปกติจะต้องบอกเค้าทันทีนะ .. You will be fine :)

ขึ้นไฮเวย์ปุ๊บ ซิ่งทันที เปิดไฟฉุกเฉิน ขับเลนขวา จ่อรถทุกคัน
(ไอ่ตอนนี้กัวตายเพราะรถชนมากกว่าตายเพราะผึ้งอีก)

รถทุกคันเค้าก็หลีกทางให้จิงๆ นั่นแหละ เพราะเห็นไฟฉุกเฉิน แล้วก็ขับเร็ว

พอใกล้ถึงโรงพยาบาล เค้าก็ดันทำทาง เหลือให้วิ่งได้เลนเดียว

ไอ่ฝั่งเราก็ดันโดนบอกให้หยุด

โฮสต์พ่อชั้นรึจะหยุด ไม่หยุดอ่ะ บีบแตรใส่อีกไม่ยั้ง

คนถือป้ายแม่งคง งง อ่ะ แล้วโฮสต์พ่อก็ไม่รอ (ก็ไม่เห็นรึรถเปิดไฟฉุกเฉินมาเนี่ยค่ะ) เหลือเลนเดียวกูก็ไป

อิคนถือป้ายหยุดอีกฝั่งนึงห้ามรถฝั่งเค้าไม่ให้มาเพราะเห็นรถเราเปิดไฟฉุกเฉินมา

ถึงโรงพยาบาล โฮสต์ไปเอารถเข็น แล้วก็รีบเข็นเ้ข้าไป แบบไม่มีการรอคิวนะ เพราะทุกอย่างรอเราหมดแล้ว

เข้าห้องตรวจห้องแรกทันที

เค้าตรวจนั่นนี่ ถามนู่นนี่ แต่ส่วนมากโฮสต์ตอบ เพราะกูฟังไม่ทันค่ะ

เค้าถามว่า โดนต่อยมากี่นาทีแล้ว โฮสต์ก็ตอบไป

(ทีนี้เข้าใจเลยว่า ทำไมโฮสต์พ่อถึงถามว่าโดนต่อยมากี่นาทีแล้ว ฝรั่งนี่รอบคอบแบบนี้นี่เอง)

เค้าถามว่า รู้สึกหายใจผิดปกติมั้ย รู้สึกว่าลิ้นมีขนาดใหญ่ขึ้นมั้ย มองเห็นเค้านี่คนเดียวหรือสองคน

ไม่อ่ะค่ะ ปกติดีทุกอย่าง

ณ ช่วงนี้เหมือนดีขึ้น ปื้นแดงๆ ก็จางลง โฮสต์พ่อก็พูดกะคนตรวจว่าเหมือนดีขึ้นหน่อย

โฮสต์หายไปพักนึง กลับมาบอกว่า ตัวโตไม่เป็นอะไรนะ สบายใจได้

สักพักคนตรวจก็จับข้อมือพร้อมใส่ที่ฟัง เพื่อดูว่าการเต้นของชีพจรเป็นยังไง

เค้าบอกแปลก ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ลองอีกรอบ ก็ยังไม่ได้ยินอะไร ไม่เจอการเต้นของชีพจร

ไอ่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า ได้ยินหรือไม่ได้ยินเนี่ยมันหมายถึงอะไร

เค้าเลยโทรหาอีกคนนึง แล้วก็ย้ายไปอีกห้อง

วัดความดันอีกรอบ แล้วก็ดูตามแขนขาว่าเป็นปื้นเป็นรอยยังไง

เห็นแต่เค้าว่า แย่ (แต่มันดีขึ้นกว่าตอนโดนแรกๆแล้วนะ)

เลยพาไปอีกห้องนึง ทีนี้ขึ้นเตียงเลย แล้วให้ถอดเสื้อใส่เสื้อ รพ. แทน

แล้วก็เอาไอ่ที่เห็นเหมือนในหนังอ่ะ อุปกรณ์ต่างๆ จิ้ม แปะ ไปตามร่างกาย

เค้าแปะไอ่ที่เป็นวงกลมๆ ใสๆ สี่ห้าอัน แถวหน้าอก กับท้อง

สักพัก เจาะข้อพับ เค้าพูดเร็ว โฮสต์เลยบอกว่า

เด๋วเค้าจะเจาะแล้วให้ยานะ คุนก็จะเหนื่อยหน่อย ก็หลับก็ได้

หมอเดินกันไปกันมาสี่ห้าคน จำไม่ได้หรอกว่ากี่คน เห็นแต่วนไปวนมา

แต่ก็เห็นเหตุการณ์ตลอดนะ ว่าเค้าทำอะไรมั่ง

เค้าพูดดีอ่ะ ให้กำลังใจว่า ไม่เป็นอะไร เด๋วก็ดี เด๋วก็หาย ทำใจให้สบาย รีแลกซ์ ฮันนิ๊ :)

เค้าจะทำอะไรก็จะบอกตลอด จะเจาะ จะนุ่นนี่นั่น

อิตอนเจาะข้อพับไปแล้วสักพัก รู้สึกเหมือนอะไรค่อยๆวิ่งเข้าตรงข้อพับ

ก็ไอทันที จำไม่ค่อยถนัดว่า เป็นเพราะยารึป่าว ถึงไอ แล้วเค้าก็บอกอีกว่า หลับได้นะ

คนนึงก็กรอกข้อมูลจากโฮสต์ซึ่งถือพาสปอร์ตไว้แล้ว จำไม่ได้ว่ายกให้โฮสต์ไปเมื่อไหร่

สักพักหมออีกคนมาอีก พร้อมกับ.. ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร ภาษาไทยอ่ะ

มันเป็นหลอด ไม่มีเข็มแหลมๆ เหมือนเข็มฉีดยานะ แต่คิดว่าเป็นเข็มสั้นๆ ที่มันสามารถทำให้ตัวยาเข้าสู่ร่างกายเราได้อ่ะ

เค้าเจาะไอ่เนี้ยะ เข้าที่ต้นขา

โฮสต์บอกว่า เพื่อให้ไอ่ปื้นๆ หายแล้วเราก็หายคันด้วย

ตอนที่เค้าเจาะเนี่ย โฮสต์นั่งอยู่ด้านซ้าย จับมือเราไว้ด้วยนะ :) เค้าคงเห็นว่ากลัวอ่ะ เพราะหลอดมันใหญ่อยู่

(กลับมาบ้านถึงเห็นว่า เจาะอินี่เข้าไป เลือดซึมกางเกงยีนส์เลย)

หลังจากนั้นหมอก็เริ่มทยอยออก เหลือแต่โฮสต์

เค้าก็เดินไปนุ่นไปนี่ ไม่รู้ทำไรมั่ง เราเห็นแต่ไม่มีแรงพูด

เด๋วก็ไปเอานั่นนี่มากิน หมอก็ถามเค้าว่าเอาไรมั้ย

รู้มั้ยโฮสต์เอาอะไร...

ถุงเท้าคู่นึง เพราะคู่ที่เค้าใส่อยู่มันเปื้อน มันสกปรก!!
(ตอนเกิดเรื่อง โฮสต์เค้าทำงานอยู่ ขนหินขุดดิน)

โฮสต์ข้าพเจ้า - -"

แล้วโฮสต์ก็ชวนคุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อย ชวนกินด้วย ตอบก็ไม่ค่อยได้หรอกค่ะ ยิ้มซะเยอะ ส่ายหน้าหน่อย

สักพักใหญ่ๆ หนาวมาก หนาวจนสั่นเหมือนเป็นโรคอ่ะ ไม่เคยสั่นแบบนี้มาก่อน

แล้วรู้สึกตัวเองเลยว่า หัวใจเต้นเร็วมาก พยายามคลายความเครียดไปหลายครั้ง

เพราะคิดว่า เราสั่นเพราะทั้งหนาวแล้วก็..กลัว.. พอหยุดได้ก็หนาวสั่นอีก หัวใจเต้นเร็วอีก

กัวตายไปชั่วขณะนึง..

เลยบอกโฮสต์ว่า หนาวอ่ะ สั่น ไม่รู้ทำไมถึงสั่น ไม่รู้ว่าสั่นเองหรือป่าว แต่ก็พยายามหยุดแล้วนะ

ช่วยปิดผ้าลงหน่อยได้มั้ย หนาว ผ้ามันปิดแค่ต้นขา แต่เท้าอ่ะไม่โดนปิด

เค้าบอกว่า คุนสั่นเองแหละ คุนน่ะหนาวอยู่ตลอดแหละ

เค้าเลยไปขอผ้าห่มมาให้อีก สองผืนแล้วก็ห่มให้ :)

ก็ยังสั่นอยู่นะ ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่

แต่ัสักพักใหญ่ๆ ก็หลับ.. หลับแบบสลึมสลือไป

เพราะเหมือนได้ยินตลอดว่าเค้าคุยอะไรกัน แต่ก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง

ได้ยินเค้าพูดเหมือนว่า เราอ่ะกังวล แล้วก็กระวนกระวาย(เค้าใช้คำว่า nervous )

แล้วก็ได้ยินเหมือนโฮสต์ถามว่า ไอ่จอมอนิเตอร์มันมีอะไรสีเขียวขึ้นไมุ่้รู้ คือมันขึ้นปกติหรือเพราะมีอะไรผิดปกติ

รู้สึกคำตอบจะเป็น มันขึ้นเป็นปกติ .. แล้วก็ไม่รู้เรื่องแระ

ลืมตาขึ้นมาอีกที บ่ายครึ่งละ

ก็เห็นโฮสต์เดินไปเดินมา หมอบ้าง คนอื่นบ้าง

ใจคิดอย่างเดียว.. อยากกลับบ้านแล้ว ..

สักพัก ได้ยินหมอก็บอกโฮสต์ว่า เราดีขึ้นแล้วแหละ เด๋วย้ายห้อง

ก็เข็นเีตียงไปอีกห้องนึง ไปถึงเราก็บอกว่า อยากกลับบ้านแล้ว

โฮสต์บอกว่า เด๋วก็ได้กลับแ้ล้ว เค้าทำเอกสารอยู่

โฮสต์บอกว่า เนี่ยแสดงว่าคุนดีขึ้นแล้ว เพราะห้องเนี้ย อุปกรณ์น้อยกว่าห้องนั้นเยอะเลย

แปบนึง หมอเค้าก็มาถอดพวกที่แปะๆ ไว้ตรงหน้าอกกับท้องออก แล้วก็ไอ่หลอดที่เสียบไว้ตรงข้อพับ

แล้วก็บอกเค้าว่า ไปห้องน้ำก่อน

เพราะปวดท้องตั้งแต่ตื่นนอนแล้ว

แต่สิ่งแรกที่ทำเมื่อเข้าห้องน้ำคือ.. อ้วก

ไม่เข้าใจว่าอ้วกได้ยังไง ไม่มีอาการเลย

คิดเอาเองว่า ท้องคงว่างมาก เพราะไม่ได้กินไรตั้งแต่ข้าวเช้า แล้วก็มาโดนยาเข้าไปอีก เลยเกิดอาการ

สักพักโฮสต์มาเคาะ เพราะเข้ามาเกือบสิบนาทีแล้วมั้ง เราบอก เราโอเค เค้าก็เลยบอก ตามสบาย

เสร็จแล้วก็เดินมาขึ้นรถกัน

ตอนอยู่ในรถทั้งเจ็บท้องเป็นเมนส์ ทั้งมึน หลับตาตลอดทาง ไม่อยากมองอะไร ปวดหัว

ได้แต่ภาวนาว่า ถึงบ้านเร็วๆ สักทีเหอะ ทำไมวันนี้มันนานจังวะ

กลับมาถึงบ้าน บ่ายสองกว่า โฮสต์พ่อขอเอกสารเกี่ยวกับประกันสุขภาพ

ก็เลยเอาใบประกันสุขภาพจากเอเจนซี่ให้ไป แล้วโฮสต์ก็ขับรถกลับไปเอายาอีกรอบ

แล้วเราก็หลับ..

บ่ายสี่กว่า โฮสต์พ่อมาเคาะ เอายากับน้ำมาให้กิน แล้วก็อธิบายให้ฟังว่า ยาตัวไหนกินยังไงออกฤทธิ์ยังไง

จำไม่ได้หรอกค่ะโฮสต์คะ มึนนนนน!

กินเสร็จก็นอนต่อ เหมือนจะนอนไม่ค่อยหลับ แต่เหนื่อย อยากหลับ

แล้วก็หลับไป... มั้ง

รู้สึกกลางคืนจะตื่นมาหาไรกิน หิวอ่ะ

โฮสต์ก็ลงมาหาแล้วบอกว่า เนี่ย ยาคุนนะ .. ไอ่ยาหลอดๆ ที่เค้าเจาะที่ต้นขานั่นแหละ..

เค้าบอกว่า เอาไว้ใช้ถ้าโดนผึ้งต่อยอีก ก็ให้เจาะไอ่เนี่ย เข้าต้นขาเลย

แต่เค้าเพิ่งคุยกะใครมาไม่รู้ว่า มันมีแบบทดลองเหมือนกันนะ ว่าจะไปหาดูว่ามีมั้ย

จะได้เอามาให้เราทดลองทำ เพราะกัวถึงเวลาจิงๆ มา เราจะทำผิด แล้วคนที่แย่ก็คือเรา

แล้วเค้าก็ยังไม่ให้ไอ่หลอดนี้กับเรา..

อาการวันนี้ก็ยังไม่ดีนะ ตอนแรก ปื้นแดงๆ หายแล้ว

แต่พอกินข้าวเสร็จ มาอาบน้ำ.. อาบน้ำอุ่น เพราะมันหนาว

(มาอยู่นี่บอกตรงๆ ไม่เคยอาบน้ำเย็นเลย แม้มันจะหน้าร้อนแล้วก็เหอะ)

ตอนอาบน้ำ เห็นเลยว่า ปื้นแดงๆ ขึ้นอีกแล้ว

เลยรีบอาบรีบเสร็จ มาดูว่าเป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้กินยาอะไรเลย เพราะไม่รู้ว่ายาตัวไหนไว้ทำไร โฮสต์ก็หลับไปแล้ว

คืนนั้นก็นอนทั้งปื้นแดงๆ คันๆ ด้วยเนี่ยแหละ เซงมาก









นี่คือ จบ.. เหตุการณ์ ณ วันที่เกิดเรื่อง








สองวันต่อมา ไปมิตติ้ง กลับมาสามทุ่มกว่า

โฮสต์ลงมาหา

แล้วก็เอาไอ่หลอดๆ นั่นให้ แล้วบอกว่า เอาติดตัวไว้เลยนะ วิธีใช้ก็แบบนี้ๆ

เวลาโดนผึ้งต่อย ก็ใช้ไอ่หลอดนี้แหละ เสร็จแล้วก็โทร 911 ขอความช่วยเหลือ

คุนน่าจะดีขึ้นภายใน 20 นาทีหลังใช้ยา

(แล้วไอ่หลอดทดลองก็ไม่เห็นได้มาเลยอ่ะ - -")

โฮสต์ถามว่า รู้มั้ยว่า จิงๆ แล้ววันนั้นเกิดอะไรขึ้นกับคุนมั่ง

ไม่รู้หรอกค่ะ เพราะเห็นทุกอย่างก็ไม่ผิดปกติอะไรเท่าไหร่

รู้มั้ยว่า ปกติแล้วอัตราการเต้นของหัวใจคนปกติเท่าไหร่

ไม่รู้ค่ะ เรียนมาไม่เคยจำอ่ะ

ปกติก็ประมาน 60 ครั้งต่อนาที (เค้าบอก 60 นะ) แล้วรู้มั้ยว่าวันนั้นตัวเลขคุนเป็นเท่าไหร่

????

150 ครั้งต่อนาที


???!!!

ไอ่ ณ ตอนนั้นอ่ะ ตกใจ เพราะคิดว่า ทำไมมันเต้นเร็วขนาดนั้น

แต่ความจิงแล้ว อัตราการเต้นขนาดนั้นก็เป็นเรื่องปกติเหมือนกัน (เด๋วมีอธิบาย)

เราบอก โห สองเท่าเลยหรอ ทำไมมันเยอะขนาดนั้นอ่ะ

แล้วรู้มั้ยว่า ความดันคุนน่ะเท่าไหร่

ไม่รู้ค่ะ อย่าถามตัวเลขค่ะ

โดยปกติแล้ว มีตัวเลขอยู่สองตัว คือ 120/80

แต่ของคุนวันนั้นน่ะ เป็น 60/40

เราเลยบอกว่า มันต่ำใช่มั้ัย

โฮสต์บอก ช่ายยย

ความจิงแล้ววันนั้น คุนอาจจะถึงขั้นช๊อก หรือ ตายเลยก็ได้

( ณ เวลานั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงจะถึงขั้นนั้นได้)

เลยถามเค้าไปว่า ทำไม เค้าบอกว่า

จำได้มั้ยที่คนแรกตรวจแล้วบอกว่า ไม่เจอการเต้นของชีพจรคุนน่ะ

เพราะความดันคุนต่ำมาก คนไม่สามารถทำไรได้ นอกจากเครื่องวัดเท่านั้น

พอเข้าห้องที่สองถึงรู้ว่ามันต่ำมาก ถึงต้องเอาเข้าห้องที่สาม ซึ่งอุปกรณ์เยอะแยะ แล้วเค้าก็แปะนู่นเจาะนี่ให้คุนไง

เมื่อความดันต่ำ เลือดก็ไม่สูบฉีด หัวใจจึงต้องเต้นเร็วขึ้น เพื่อปั้มให้เลือดไหลไปเลี้ยงร่างกายได้ทั่วถึง

เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ความดันคุนก็ควรจะมีค่ามากขึ้นด้วย

แต่ ณ วันนั้น ความดันคุนมันดันกลายเป็นว่า "ต่ำ"

เมื่อมันตรงกันข้ามกันแบบนั้น โอกาสที่คุนจะช๊อก และเสียชีวิตก็มีมากขึ้น

เค้าบอก ไม่ได้อยากทำให้เรารู้สึกไม่ดีนะ แต่ก็ต้องบอก แล้วถามว่าเรารู้สึกยังไง

เราบอก ก็รู้สึกไม่ดีหน่อยๆ แหละ แต่รู้สึกแย่และกัวมากกว่า

เพราะไม่คิดว่าอาการมันร้ายแรงขนาดนั้นหรอ

บอกเค้าไปว่า เราไม่รู้สึกว่าเราแย่ขนาดนั้นนะ เพราะหายใจปกติ อะไรก็ปกติหมด แค่มองแล้วเบลอๆ แค่นั้นที่หนักสุด

เค้าบอก อันนั้นก็เป็นอาการข้างเคียง แต่คุนอาจเป็นได้มากกว่านั้นก็ได้ที่จิงแล้ว

เรื่องดีคือ ที่คุนไม่ช๊อก หรือเสียชีวิต เพราะ คุนสุขภาพดี..

(ฟังแล้วก็ งง สุขภาพดี?? ยังไงวะ)

ก็ถ้าคุนดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำเนี่ย ร่างกายคุนก็แย่ ไม่ต้านทาน เจอแบบนั้นเข้าไปก็อาจแย่ขั้นนั้นได้

ฟังแล้วแบบ โห มันแค่เนี้ยะเองหรอ ฟังมาทั้งหมดเนี่ยก็มาดีใจอิตรง สุขภาพดี นี่แหละ ;)

แล้วเค้าก็กอดทีนึง บอกคล้ายๆ ว่าไม่ต้องกัว ไม่เป็นอะไร คุนก็พกไอ่เข็มนี้ติดตัวตลอด (เอ้ออออ เหมือนจะปลอบดี 555)

แล้วปกติ การเข้าถึงหมอก็ต้องใช้เวลา แต่วันนั้น พอเราไปถึง รพ. โฮสต์เข้าไปเอารถเข็นมา

พอเข้าไป ทุกอย่างก็พร้อมหมด มีหมอรอเราอยู่แล้ว คิวไม่ต้องรอ เพราะเค้าโทรมาบอกไว้หมดแล้ว

โฮสต์บอกว่า สมมติเค้า้ข้อมือหักเนี่ย เค้าอาจจะต้องใช้เวลา 3 ชม. ในการเข้าถึงหมอ

(อันนี้ฟังแล้ว งงๆ ว่า ทำไมใช้เวลานานขนาดนั้น คนเจ็บไม่ตายก่อนหรอวะ แต่ก็อ่ะ เค้าแค่อธิบายหาตัวอย่าง)

แต่วันนั้น คุนใช้เวลาแค่ 40 นาที ในการเข้าถึงหมอ แล้วก็มีหมอถึง 5 คน มามะรุมมะตุ้มคุนอยู่

(อันนี้ไม่รู้ว่าเค้าสื่อว่า เพราะอาการเริ่มไม่ดีเลยมีหมอมาเยอะหรือว่ายังไง)

คุนก็เลยปลอดภัย..


แอมยังสงสัยเรื่องความดงความดัน

เค้าบอกว่า

โดยปกติแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจ ที่ 150 เนี่ยก็เกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติ

อย่างเค้าไปวิ่งหรือออกกำลังกาย อัตราการเต้นของหัวใจเค้าก็ขึ้นถึงขนาดนั้นได้

แต่ความดันก็ต้องสูงขึ้นไปด้วย เพราะหัวใจเต้นเร็ว เลือดสูบฉีดเร็วขึ้น มันต้องสอดคล้องกัน

แต่ของคุนมันตรงกันข้าม.. นี่แหละ เหตุผล....

ไม่อยากบอกโฮสต์หรอกว่า เรียนมา แต่ไม่จำ ฝรั่งนี่จำหมดนะ จำได้ไงนี่ไม่รู้




ทุกวันนี้ก็คือพกไอ่หลอดๆ นั้นติดกระเป๋าตลอด ตอนแรกก็เครียด กัวตาย กัวโดนต่อยอีก

แต่ผ่านไปสองสามวัน เลยมาอ่านวิธีใช้ มันก็ไม่ยากหรอก เราคงทำได้ ไม่ต้องกัวตาย - - "

เค้าก็อธิบายเรื่องผึ้งให้ฟังอยู่สองสามวัน

นั่งเล่นกะเด็กอยู่ชานบ้าน เค้าก็เดินไปมา หาตัวอย่างผึ้งว่ามีผึ้งกี่แบบยังไง ให้เราหาข้อมูลอ่านด้วยจะได้ระวัง

ก็ได้้ข้อมูล(ที่โฮสต์บอก)พร้อมรูปมาแบบนี้..


ตัวที่ต่อยคือ ตัวขวามือ





แล้วก็ถ่ายรูปเก็บเป็นหลักฐานให้ชีวิตสักหน่อย


ใส่ตอนนอนที่ รพ.



ติดตัวไว้แหละ... ดี - -"







สำคัญสุด..

สองอาทิตย์ต่อมา บิลค่ารักษา ค่าห้องฉุกเฉินออกส่งมาถึงบ้านข้าพเจ้า

ลมมมม แทบจับ !!

คิดได้อย่างเดียวว่า กุทำงานครึ่งปีเลยนะเนี่ย จ่ายบิลนี้ได้เนี่ยยยย

แล้วนอนไปแค่ 2 ชม.เองเนี่ยนะ

เข้าใจเลยว่าทำไมใครๆ ก็บอกว่า  มาเมกา อย่าป่วย อย่าหาม๋อ!!



เอาไปให้โฮสต์ บอกว่า เนี่ยบิลมาแล้ว
เค้าบอก "อ่ะ ไปจ่ายเลย"

หือ?? !!!

"ฮ่ะๆ ล้อเล่น เอามานี่เด๋วจัดการให้"
(ทำเรื่องกับประกันของเอเจนซี่)

ขอบคุนค่ะโฮสต์ ;)







คิดว่าจะอัพอีกเร็วๆ นี้







ไปแระ มาแค่นี้แหละ...


โว๊ะ โอ๊ะโอ
1 ปีแล้วเว้ย
กับการใช้ชีวิตต่างแดน
555

แล้วก็ต้องเปลี่ยนที่อีก 1 ปี
เดินทางดีๆหละ
ชีโดค เดินทางปลอดภัย
^^

#6 By iamauiii (125.24.117.97) on 2009-09-21 02:39

หายไปนาน กลับมายาวเหมือนเคย ฮ่าๆ
big smile
โหย สุดยอด ค่ารักษา 100,000 บาท O_O
(แต่ถ้าแลกกะชีวิตยังไงก็คงต้องยอมหล่ะ)

เคยโดนตัวต่อต่อยเหมือนกัน เดินๆอยู่ก็มาเกาะข้างหัวแล้วฝังเข็มให้เลย ^^" ปวด ค๊อตๆ แต่โชคดีที่ไม่แพ้

โฮสฝรั่งเนี่ยรอบคอบมากมายเลย
นั่งอ่านได้ความรู้มากมาย ทั้งเรื่องความดัน เรื่องชีพจร ทั้งที่ตอนเรียนสุขศึกษาไม่เคยเห็นคุณค่า....และเรื่องหาถามข้อมูลจากผู้ป่วยให้เรียบร้อยก่อนด้วย ชอบมากมายcry Hot! Hot! Hot!

#4 By meawnoy on 2009-09-11 22:01

อ่านจนวิงเวียนคล้ายเหมือนโดนผึ้งต่อย ฮ่าๆ

โชคร้ายครับสำหรับคนที่แพ้แมลงหรือเป็นภูมิแพ้

ผมเคยโดยทั้งผึ้งทั้งแมงป่องทั้งตัวต่อต่อยแต่ก็แค่บวมเล็กน้อยแล้วก็หาย

แต่สำหรับคนแพ้นี่มีน้องคนนึงแพ้มด พอมดตัวเล้กๆกัดผื่นขึ้นทั้งตัว ตัวบวมไปหลายวัน

บางคนที่เคยได้ยินมาถึงขั้นเสียชีวิตเลยนะครับ

ยังไงก็ดีที่รู้ว่าตัวเองแพ้อะไรแล้วระวังตัวไว้ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

#3 By k_i on 2009-09-11 14:51

อืม ต้องระวังผึ้ง

#2 By The Virusman on 2009-09-11 13:48


ดีนะ ที่ไม่เป็นไรมาก เพราะทุกอย่างช่วยไว้ทัน question

พกติดตัวไว้ อุ่นใจไว้ใช้ อิอิ

big smile

#1 By iTualek on 2009-09-11 11:01