ขับรถเมืองนอกดี(หรือไม่ดี)ยังไง??
posted on 02 Apr 2009 10:59 by amsk8ebola(เอ็นทรี่นี้ ยาว!!! ได้อีก... ไม่รู้เท่าไหร่ หากไม่พร้อมจะอ่าน คลิก X มุมขวาบนได้เลย)
ไม่รู้จะเริ่มว่าไงดีเหมือนกัน นึกไม่ออก
แต่ทุกวันนี้ ขับรถที่นี่ รุ้สึกว่า
" สบาย สบาย และสบายยยยยยยยยยย"
ด้วยคนของเค้ามีจิตสำนึกที่ดีในการขับรถ
ไอ่ขับไม่ดี กวนตีนๆ ก็มีบ้างแหละ
ไม่ใช่ว่าคนเมกันจะขับรถดีกันไปซะหมด
(เราอ่ะเคยคิดแบบนั้น แต่เด๋วนี้ไม่ละ)
เค้าเคารพกฎของเค้ากัน.... (ค่อนข้าง) ดี..
เอาเป็นว่า ลองแยกเป็นข้อๆ
เอาตามที่นึกออกละกัน
เพราะนึกไว้ตลอดตอนว่างๆ เอย ตอนขับรถเอย
แล้วแม่งก็ลืมตลอดค่ะ - -"
นึกไปเรื่อยๆ.... เรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ละกัน
1. เลนใครเลนมันดีจิงๆ
ใครเร็วไปเลนซ้าย
ใครค่อยๆ ไป อยู่เลนขวา
แต่มีบางคน กุอยู่เลนซ้ายอยู่แล้ว แต่อยากไปเร็วกว่าคันหน้า
ก็เข้าเลนขวา แล้วแซงคันข้างหน้าตัวเองไป
มันก็เปนเรื่องปกตินิ ถ้าอยากไปเร็ว ก็ต้องเปลี่ยนเลน
แต่ปกติมันคือ อยู่เลนช้า แต่อยากไปเร็ว เลยเข้าเลนที่ไปเร็ว ไง
งงป่ะ??
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ใครอยากไปเร็ว เมิงออกเลนซ้ายไปเลย
ไม่ต้องมาตบไฟขอทางให้เสียเวลา เปลืองพลังงานหรอก
ส่วนเลนขวา อยากช้าก็ช้าไป
ที่นี่ไม่มีการกะพริบ(ตบ)ไฟเพื่อขอทางนะ ก็เพิ่งรู้ตอนอยู่นี่นี่แหละ
มีประเทศไหนกะพริบไฟเพื่อขอทางบ้าง
นอกจากประเทศไทย??
อันนี้อยากรู้จิงๆ ไม่ได้กวนตีน - -"
เอาเป็นว่า ข้อนี้ไม่ค่อยแตกต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่
มีเลนช้า เลนเร็ว
2. เร็วไปโลดดด (อันนี้ความคิดตัวเองนะ 5555)
สืบเนื่องจากข้อ 1. คือเลนใครเลนมัน
เพราะฉะนั้น(ก็เลยคิดเองว่า)
ถ้าอยู่เลนซ้าย ใครอยากขับเร็วแค่ไหน เมิงก็ไปปปป
จะไม่มีใครไปเฉียดเมิง หรือทำการตัดหน้ารถเมิงหรอกค่ะ
เพราะเมิงอยู่เลนเร็วแล้ว
ถ้าไม่กัวตำรวจจับก็ไปปปปปปปป
จากข้อนี้ ทำให้รู้สึก(เอง นะ)ว่า
ขับรถที่นี่ ขับไปเหอะ เร็วแค่ไหนก็ขับไป ไม่ต้องกลัวชนกับคันอื่นเลยยยย
กลัวตำรวจอย่างเดียวพอ
คือถ้ามันจะซวยก็คือซวยอ่ะ
เช่น อิเลนขวา มาปาดเข้าเลนซ้าย แล้วตัดหน้าคันที่กำลังซิ่งๆ อยู่
..ทำนองนั้น
Speed Limit ที่กำหนดไว้
เราขับเร็ว/ช้า ได้ +/- ประมาน 10
หรือจะมากกว่านั้นก็ได้... ไปตามคันหน้าไง ฮ่าๆๆๆ
แต่ระวังตำรวจนะจ๊ะ
โฮสต์เค้าเคยบอกพี่ออแพร์ไว้ว่า
ถ้าคันหน้าัขับเร็ว ก็ขับเร็วตามไปได้ คือไปตามที่รถมันไหลๆ กันไปอ่ะ
ถ้ามันจะจับ มันก็ควรจะจับคันก่อนหน้าเรา.. ถูกป่าว
ฮ่าๆๆๆ
ถูกกกก!
ตั้งแต่อยู่มา คนที่ขับรถเร็วที่สุดที่เห็นคือ
เพื่อนออแพร์ที่บินพร้อมกัน ตอนนี้อยู่แมรี่แลนด์
พากันขับกับเพื่อนจากแมรี่แลนด์ มาเพนซิวาเนีย
ที่ความเร็ว
94 ไมล์ ต่อ ชั่วโมง!!!!
โหววววววววว ได้ยินแล้วยัง อึ้งไปเลย
เมิงกล้าเนอะ กุนี่ 75 ก็เต็มที่แล้ว
นี่เมิงล่อไป 94
ป๊าดดดดดด ทำไปได๊
ผลคือ
"เสียค่าปรับไป 290 เหรียญ"
3. เปลี่ยนเป็นไฟต่ำ และ ไม่ตบไฟ
ถ้าเปิดไฟสูงอยู่ แล้วมีรถขับสวนมา
เราจะเปลี่ยนจากไฟสูง เป็นไฟธรรมดาทันที
ไม่งั้นแทงตาคนขับคันที่สวนมา ฮ่าๆๆๆ
ไม่ได้ขำนะ พูดจิงๆ
ถ้ารถฝั่งตรงข้ามเปิดไฟสูง แล้วเจอรถเราแต่ไม่ยอมเปลี่ยนเป็นไฟธรรมดา
เราก็จะไม่มีการกะพริบ(ตบ)ไฟ
เพื่อบอกไอ่คันนั้นว่า
"แสดดดด ... เมิงเปิดไฟสูงอยู่นะ แทงตากุมากๆ ช่วยเปลี่ยนเป็นไฟธรรมดาได้มั้ย"
ไม่มีค่ะไม่มี!
ถ้าเค้าไม่ยอมลดไฟลง ก็ต้องยอมให้ไฟมันแทงตาไป
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
แค่นั้นแหละ เพราะเราทำไรไม่ได้ - -"
3. ป้าย STOP
มีเยอะแยะมากมายก่ายกองเห็นกันจนอ้วก!
ตาม 3 แยก เล็กใหญ่ต่่างๆ
(ไม่ได้สังเกตว่า มีตามทาง 4 แยกเล็กๆ ด้วยมั้ย)
ลานจอดรถตามห้างใหญ่เล็ก ร้านค้าต่างๆ
หู้ยยยยยย มีกันให้ควั่ก!!
เมื่อไหร่ที่คุนเห็นป้ายนี้
คุนต้องทำการ หยุด รถคุนประมาน 2-3 วินาที
เพื่อดูว่า มีรถทางซ้ายมามั้ย ทางขวามามั้ย
ไม่มีเมิงก็ปายยย ได้เลย
บางคนก็หยุดแบบ เหมือนเมิงจะจอดรถอ่ะ
แน่นิ่ง สนิทใจมั่กๆ
ซึ่งคนส่วนมากเป็นแบบนี้
แต่สำหรับเรา ส่วนมากจะไม่ค่อยหยุดสนิท
จะมาแบบ ชะลอๆ มา
หรือถ้าหยุดสนิทก็ หยุดสักวินึง (มันก็ไม่ต่างอะไรกับชะลอมานี่แหละ หุ้ย พูดให้ตัวเอง งง)ไม่มีรถมาก็ไปปปป
ซึ่งคนส่วนมาก(อีกกลุ่มนึง)ก็เป็นแบบนี้
แต่ถ้าเป็นสถานที่ที่วุ่นวาย รถราคราคลั่ง
ก็หยุดสักหน่อย
เพื่อเคารพกฎ และ ความปลอดภัย
อันนี้แหละที่ชอบ เค้าเคารพกฎกันจิงๆอ่ะ คือ
ไม่ว่า เมิงจะขับมาเร็วแค่ไหน จรวดแค่ไหน
เมื่อเมิงเห็นป้าย STOP
เมิงก็ต้องชะลอ หยุด จอด อะไรก็ว่าไป
ยังไม่เคยเหนใครขับรถฝ่าป้าย STOP เลยนะ
ถ้าบ้านเรานี่ไม่ต้องนึกค๊าาาา พี่น้อง
ถ้าไม่มีตำรวจมายืนที่ป้าย STOP คงไม่มีใครหยุด
กุสาบานได้ - -"
4. เลนเลี้ยวซ้าย เลนตรงปกติ เลนเลี้ยวขวา แบ่งชัดเจน
ใครจะเลี้ยวซ้าย เข้าเลนเลี้ยวซ้ายไปเลย แล้วก็รอไฟตัวเองไป
บางแยกให้เลี้ยวก็ต่อเมื่อไฟเลี้ยวซ้ายขึ้นเท่านั้น
บางแยกให้เลี้ยวตอนไฟเขียวสำหรับเลนปกติขึ้น แต่ต้องดูว่ามีรถขับสวนมั้ย
คือรู้สึกว่า เลนเลี้ยวซ้าย นี่มันเป็นสิ่งที่เค้าต้องทำไว้เลย แทบทุกแยก
คือเห็นน้อยมากที่ไม่ทำ หรือไม่เห็นเลยก็ว่าได้มั้ง จำไม่ได้ว่ะ
คือแต่ละฝั่งต้องมี 2 เลน เป็นอย่างน้อย
ไม่เหมือนบ้านเราที่ มีเลนเดียว แต่ทำหมด ทั้งเลี้ยวซ้าย ไปตรง เลี้ยวขวา
แม่ง รถติดดดดดดดดดด ค่ะ
(เว้นแต่ว่า ถนนมันเล็กจิงๆ หรือเป็นถนนจากปั๊มน้ำมัน หรือร้านเล็กๆ)
เลนเลี้ยวซ้าย และเลนตรงปกติ
ซึ่งอาจจะรวมกับทั้งเลนเลี้ยวซ้าย หรือรวมกับเลนเลี้ยวขวาก็ได้ แต่ส่วนมากรวมกับเลี้ยวขวา
ดูรูปประกอบ น่าจะเข้าใจง่ายกว่า อ่านที่พิมไป ฮ่าๆๆๆๆ

credit: http://www.northeastroads.com/pennsylvania999/new_tyburn_rd_wb_app_us-001b.jpg
เลี้ยวขวาผ่านตลอด เหมือนบ้านเรา ที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด... ก็จิง
แต่ควรจะชะลอเพื่อดูรถฝั่งซ้ายมือก่อน
ไม่ใช่จะเลี้ยว กุก็เลี้ยวเลย
ถามว่าทำได้มั้ย... มันก็ได้แหละ แต่ไม่ปลอดภัย
เป็นอะไรขึ้นมา เมิงอ่ะผิด ต้องให้รถซ้ายไปก่อน
บางแยกก็ห้ามเลี้ยวขวาตอนไฟแดง เมิงก็ต้องรถไฟเขียวสำหรับเลี้ยวขวาขึ้นก่อนถึงไปได้
บางแยกมีไฟเขียวสำหรับเลี้ยวขวา แต่ไม่ได้ห้ามเลี้ยวขวาตอนไฟแดง ก็ไปได้
แต่ต้องหยุดรถ ดูรถซ้ายมือก่อน
งงมั้ย??
แรกๆ ก็งง จำได้มั่ง ไม่ได้มั่ง
เด๋วนี้ก็ยังจำไม่ได้คล่องหมดเล๊ยยย ลืมมั่ง
ไอ่ตอนแรกๆ ถึงโดนรถคันหลังบีบแตรใส่เรื่อย
ก็กุมือใหม่หัดขับบบบ แสดดด ใจเย็นๆ สิ กุไม่ทันอ่านป้ายอ่ะ
บางทีจะเลี้ยวขวาละ หันไปมองซ้าย
เอ่า รถมา ก็ต้องเบรกจึ๊กกกก
ไอ่คันหลังก็เบรกตามดิ เพราะมันคิดว่าเราจะออก แต่ดันหยุด
มันก็คงด่าในใจ ฮ่าๆ
วันก่อนๆ เจอคนกวนตีนเหมือนกัน
มันอยู่เลนเลี้ยวซ้าย พอไฟเขียวปุ๊บ แม่ง ชิงออกก่อนแล้วเลี้ยวขวาทันที
โหวววว แม่ง เก่งว่ะ ไม่ได้กัวรถเลนตรงเลยยย
หุ้ย วุ่นวาย หนุกหนาน แต่ถ้าตำรวจมานี่ไม่หนุกนะพี่น้อง - -"
5. ให้ทางกับรถที่มาจากทางขวา
โดยมากแล้ว กรณีนี้ มักเกิดขึ้นบนไฮเวย์ กรณีที่เทค exit
โดยมากแล้ว เมื่อเทค exit แล้ว ก็จะเลี้ยวมาเชื่อมกับทางหลัก
(ดูรูปประกอบละกัน)
1,2 และจุดเริ่มต้นของทางสีเขียว เป็นทางหลัก
เลน1 สำหรับรถที่ขับเร็ว
เลน 2 สำหรับรถปกติ
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุนมาตามเส้นสีเขียว แล้วทำการเทค exit
แล้วคุนก็ต้องไปเชื่อมเข้ากับทางหลัก
รถที่วิ่งอยู่เลน 2 (โดยมากกกกกกแล้ว) จะเปลี่ยนไปอยู่เลน 1 โดยจิตสำนึก
ถ้าเค้าจะไม่เปลี่ยนไปเลน 1 ก็เพราะว่า เปลี่ยนไม่ได้ เลน 1 รถเป็นขบวน
ไม่งั้นก็ ... กุไม่เปลี่ยน ทำไมอ่ะ - -"
ดูตามสถานการณ์ ดูปริมาณรถ ดูตามความยาวสั้นของถนนเส้นสีเขียว
ว่าเค้ามีเนื้อที่ก่อนที่จะทำการเชื่อมกับทางหลัก มากน้อยแค่ไหน
แต่ก็นั่นแหละ โดยมากแล้ว ก็จะเปลี่ยนทาง ให้รถที่มาจาก exit

อันนี้ก็ชอบนะ เพราะ... ไม่รู้สิ ชอบอ่ะ
คือ คนเค้าทำกันเป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ต้องให้บอก
คือ เค้ารู้หน้าที่ว่าเค้าควร/ต้อง ทำอะไรยังไง
ชอบบบบบบบบบ!
พิมไปเอง ก็งง เอง นึกคำไม่ออก
ไม่อยากทับศัพท์ แม่ง ก็มานั่งนึกคำแบบนี้นี่แหละ แอ๊มมมม

นึกไม่ออกละ รู้สึกเหมือนมีเยอะกว่านี้
แต่ตอนนี้ลืมหมด จำได้แค่เนี้ยะแหละ
ทั้งหมดข้างบนนี้ เขียนจากสิ่งที่ตัวเองพบเจอมานะ
มันจะถูกกฎหมายของเค้าจิงๆ มั้ยเนี่ย
"กุม่ายแน่ใจจจจ"
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พูดจิงๆ ไม่ได้ล้อเล่น - -"
ก็เอาเป็นว่า ปิดท้ายการขับรถเมืองนอกด้วย
วัฒนธรรม มารยาท เล็กๆ น้อยๆ ของคนที่นี่
ตามสถานที่ต่างๆ
ไำม่ว่าจะมีป้ายให้ทาง หรือไม่มี
ถ้าคนจะข้ามถนน คนขับร้อยละ 99.999999 (หรืออาจจะ 100)
จะหยุด เพื่อให้คนข้ามถนนก่อน
ก็มีคนบอกว่า อยู่ที่นี่ข้ามถนนได้เลย ไม่ต้องกัวรถ ฮ่าๆๆๆ
มันก็จิงนะ
ถ้าคนขับ เห็นว่ามีคนจะข้ามถนนเมื่อไหร่
เค้าหยุดรถเลยนะ
ถ้าคนที่กำลังจะข้าม ไม่แน่ใจว่า รถหยุดให้ตัวเองข้ามมั้ย
คนขับ ก็จะยกนิ้วทั้งห้าขึ้น... ยกมือนั่นแหละ - -"
เพื่อบอกคนนั้นว่า
"ข้ามสิ แสดดดด... กุหยุดให้ข้ามแล้วนะ ไปจิๆ"
ฮ่าๆๆๆๆ
พอเห็นดังนั้น คนที่กำลังจะข้าม ก็จะยกมือตอบกลับ
เพื่อบอกคนขับว่า
"ก็กุไม่แน่ใจนิว่าเมิงหยุดให้กุข้ามหรือป่าวววว หิหิ"
ฮ่าๆๆๆๆ
ไม่ใช่เว้ยยยยย เค้ายกมือเพื่อเป็นการขอบคุนที่หยุดรถให้
บ้านเราหรอ จะข้ามถนนหรอ ต้อง
(มองซ้ายมองขวา ฮ่าๆ) และ หยุด!!!
ให้รถไปก่อนสิ รถใหญ่นะ
เด๋วโดนชนนะ
แล้วใครผิดอ่ะ??
คนข้ามสิผิด ไม่มองรถ!!

.... ยังไม่จบนะ
อย่าเพิ่งคิดว่าจบ
มันง่ายยยยยยยยยยยยยย ไป!
ขับรถเมืองนอกดี(หรือไม่ดี)ยังไง??
นั่นคือเนื้อหาหลัก
ส่วนเนื้อหารอง
ยังคงแน่นเหมือนเดิม - -"
โดยมากแล้ว กรณีนี้ มักเกิดขึ้นบนไฮเวย์ กรณีที่เทค exit
โดยมากแล้ว เมื่อเทค exit แล้ว ก็จะเลี้ยวมาเชื่อมกับทางหลัก
(ดูรูปประกอบละกัน)
1,2 และจุดเริ่มต้นของทางสีเขียว เป็นทางหลัก
เลน1 สำหรับรถที่ขับเร็ว
เลน 2 สำหรับรถปกติ
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุนมาตามเส้นสีเขียว แล้วทำการเทค exit
แล้วคุนก็ต้องไปเชื่อมเข้ากับทางหลัก
รถที่วิ่งอยู่เลน 2 (โดยมากกกกกกแล้ว) จะเปลี่ยนไปอยู่เลน 1 โดยจิตสำนึก
ถ้าเค้าจะไม่เปลี่ยนไปเลน 1 ก็เพราะว่า เปลี่ยนไม่ได้ เลน 1 รถเป็นขบวน
ไม่งั้นก็ ... กุไม่เปลี่ยน ทำไมอ่ะ - -"
ดูตามสถานการณ์ ดูปริมาณรถ ดูตามความยาวสั้นของถนนเส้นสีเขียว
ว่าเค้ามีเนื้อที่ก่อนที่จะทำการเชื่อมกับทางหลัก มากน้อยแค่ไหน
แต่ก็นั่นแหละ โดยมากแล้ว ก็จะเปลี่ยนทาง ให้รถที่มาจาก exit

อันนี้ก็ชอบนะ เพราะ... ไม่รู้สิ ชอบอ่ะ
คือ คนเค้าทำกันเป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ต้องให้บอก
คือ เค้ารู้หน้าที่ว่าเค้าควร/ต้อง ทำอะไรยังไง
ชอบบบบบบบบบ!
พิมไปเอง ก็งง เอง นึกคำไม่ออก
ไม่อยากทับศัพท์ แม่ง ก็มานั่งนึกคำแบบนี้นี่แหละ แอ๊มมมม
นึกไม่ออกละ รู้สึกเหมือนมีเยอะกว่านี้
แต่ตอนนี้ลืมหมด จำได้แค่เนี้ยะแหละ
ทั้งหมดข้างบนนี้ เขียนจากสิ่งที่ตัวเองพบเจอมานะ
มันจะถูกกฎหมายของเค้าจิงๆ มั้ยเนี่ย
"กุม่ายแน่ใจจจจ"
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พูดจิงๆ ไม่ได้ล้อเล่น - -"
ก็เอาเป็นว่า ปิดท้ายการขับรถเมืองนอกด้วย
วัฒนธรรม มารยาท เล็กๆ น้อยๆ ของคนที่นี่
ตามสถานที่ต่างๆ
ไำม่ว่าจะมีป้ายให้ทาง หรือไม่มี
ถ้าคนจะข้ามถนน คนขับร้อยละ 99.999999 (หรืออาจจะ 100)
จะหยุด เพื่อให้คนข้ามถนนก่อน
ก็มีคนบอกว่า อยู่ที่นี่ข้ามถนนได้เลย ไม่ต้องกัวรถ ฮ่าๆๆๆ
มันก็จิงนะ
ถ้าคนขับ เห็นว่ามีคนจะข้ามถนนเมื่อไหร่
เค้าหยุดรถเลยนะ
ถ้าคนที่กำลังจะข้าม ไม่แน่ใจว่า รถหยุดให้ตัวเองข้ามมั้ย
คนขับ ก็จะยกนิ้วทั้งห้าขึ้น... ยกมือนั่นแหละ - -"
เพื่อบอกคนนั้นว่า
"ข้ามสิ แสดดดด... กุหยุดให้ข้ามแล้วนะ ไปจิๆ"
ฮ่าๆๆๆๆ
พอเห็นดังนั้น คนที่กำลังจะข้าม ก็จะยกมือตอบกลับ
เพื่อบอกคนขับว่า
"ก็กุไม่แน่ใจนิว่าเมิงหยุดให้กุข้ามหรือป่าวววว หิหิ"
ฮ่าๆๆๆๆ
ไม่ใช่เว้ยยยยย เค้ายกมือเพื่อเป็นการขอบคุนที่หยุดรถให้
บ้านเราหรอ จะข้ามถนนหรอ ต้อง
ให้รถไปก่อนสิ รถใหญ่นะ
เด๋วโดนชนนะ
แล้วใครผิดอ่ะ??
คนข้ามสิผิด ไม่มองรถ!!
.... ยังไม่จบนะ
อย่าเพิ่งคิดว่าจบ
มันง่ายยยยยยยยยยยยยย ไป!
ขับรถเมืองนอกดี(หรือไม่ดี)ยังไง??
นั่นคือเนื้อหาหลัก
ส่วนเนื้อหารอง
ยังคงแน่นเหมือนเดิม - -"
หนีไ่ม่พ้น...
นี่เลย!!
-- เก็บตกชีวิตเรื่อยไป --
- ลงเรียนถ่ายรูปที่ไฮสกูลไป เป็นคอสง่ายๆ นี่แหละ ไม่ได้ซีเรียส
มันเลือกไม่ได้แล้วอ่ะ ไม่อยากเรียนคอสซีเครียดๆ ทั้งหลายแหล่ ก็ลงอันนี้ไปแหละวะ
ง่ายอย่างที่คิด ใจอ่ะอยากเรียนพวกถ่ายรูปแบบซีเรียสๆ พวกเข้าห้องมืด ล้างฟงล้างฟิล์มอะไรพวกนั้น
แต่ทำไงได้อ่ะ เมืองเล็กๆ ไม่มีคอสอย่างนั้นโผล่มาให้เลือกเลย เศร้าว่ะ
- อาทิตย์ก่อน เค้าก็เลยพากันออกไปถ่ายรูปเด็กที่เล่นเบสบอลกันอยู่
กำลังเล็งๆ หนาวก็หนาว แม่ง เสียงมาเลย girl! girl! หันไปด ู
(แบบอายๆ เพราะไม่รู้ ใครแม่งเรียกใคร แล้วทำไมต้องอายวะ??
ตอบ: เอ่า ก็เด็กๆ หนุ่มๆ ทั้งนั้นอ่ะ ฮ่าๆๆๆ)
หันไปดูอิเด็กกลุ่มนั้น ที่มันยืนเชียร์ทีมมันอยู่ เอ่ามันก็หันมาทางกุนะ
หรือมันเรียกสาวแถวที่นั่งดู ก็เลยหันไปดูที่สแตนด์เล็กๆ ซ้ายมือ ..
ก็ไม่เห็นมีสาววะ มีคนนั่งอยู่ แต่ปิดหัวปิดหางมาก ใส่หมวก ใส่เสื้อผ้า ปกปิดมากกก
ที่เหลือก็ลุงๆ ป้าๆ พ่อๆ แม่ๆ มาดูลูกดูหลานเล่นเบสบอล ไอ่เด็กพวกนี้ก็คงไม่เรียกหรอกมั้ง - -"
ก็เลยหันกลับมาเล็งเด็กที่กำลังเล่นอยู่ในสนามต่อ
สักพักเอาอีกละ girl! big camera! ....
หื้มมม ใครวะ ก็หันกลับไปดูอีกว่าแม่งเรียกใครวะ .. แสดดด เรียกจิง...
ไม่มีนี่หว่า เลยหันไปมองพวกมันหน่อย
โห้วววว โบกไม้โบกมือให้กุซะงั้น
ถึงจะแก่ขนาดนี้แล้ว ก็กล้าพูดนะว่า กุอายพวกเมิงนะเว้ยยยย
อ่ายเี-ี่ยยยย อยากบอกพวกเมิงจิงๆ
กุจะ 25 แล้วนะเว้ยยยยย พวกเมิงอ่ะ 18 รึย๊างงงงง แรดแต่น้อยเชียว!!
- ลงเรียนไปแล้ว โฮสต์โทรไปถามที่ปรึกษาว่า
ตกลงเรียนที่นี่ได้มั้ย ที่ปรึกษาบอกไม่ได้ เฮ่ออออ ก็เลยหาที่เรียนใหม่
ตกลงก็ได้ไปเรียนคอสของเอเจนซี่ที่นู่นนน Silver Bay, New York
เรียนถ่ายรูปเหมือนเดิม ก็เหมือนเดิมอีกแหละ ง่ายๆ เพราะมันจะเอาเวลาที่ไหนไปซีเรียสล่ะ
เรียนเต็มๆ วันเดียว ก็คิดเอาว่า เออ เรียนซะให้จบๆ ไม่งั้นเด๋วแม่ง ไม่ได้ต่อปีสอง ซวยอีก
- เอ่า แล้วเพื่อนก็มาบอกว่า เฮ้ย ทำไมไม่ได้วะ
ก็ในเมื่อไปนั่งเรียน ก็นับชั่วโมงไปสิว่าเรียนกี่ชั่วโมง
ถ้าเป็นเรียนออนไลน์นั่นอ่ะ ถึงไม่ได้ ...
ก็เลยถามโฮสต์ไป ว่าทำไมถึงเีรียนที่ไฮสกูลนี่ไม่ได้
เค้าตอบมาว่าไรลืมละ - -"
- แล้วก็มาลุ้นว่าพี่โบ จะได้ไปด้วยกันมั้ย ลุ้นโคดๆ
ถ้าพี่โบได้ไปด้วยกัน ก็จะได้ยืมจีพีเอสโฮสต์พี่โบมาด้วย
ถ้าพี่โบไม่ได้ไป กุไปไงอ่ะ?? กูเกิ้ล???? จะถึงที่เรียนมั้ยอ่ะ ?????
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ บอกโฮสต์ไปประมานนี้
โฮสต์ทำหน้า.... หน้าแบบไหนบอกไม่ถูก
ประมานว่า ถ้าเมิงไปคนเดียว เมิงจะไปไม่ถูกหรอแอม??
ตอบ: คงงั้นค่ะ
แต่คิดว่าพี่โบ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ... ลุ้นว่ะ!
- และแล้วพี่โบก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ตกค้าง ได้ไปเรียนด้วยกัน ฮิ้วววว
ลุ้นแย่!!!
- มีปัญหากับรถประจำกายได้อีก...กุ เฮ่ออออ
- พฤหัสก่อน ไปร้านหนังสือเมืองตีนเขา
พอจะกลับ....
แถ๊ดๆๆๆๆ แถ๊ดๆๆๆๆ
???
เป็นอะไรคะเมิงงงง
เป็นรถสตาร์ทไม่ติดสิคะเมิงงงง
เสียบกุญแจปุ๊บ หมุนปั๊ม แถ๊ดๆๆๆ แป๊บ
ให้ได้อย่างนี้สิ
คิดไว้ก่อนออกจากบ้านแล้วววว
ลางสังหรณ์มันแม่นจิงๆ
รนราน ทำไรไม่ค่อยถูก
ทำไงดีวะ
โทสับกลับบ้าน... ก็น่าจะเข้านอนกันแล้วนะ แต่วิธีนี้ก็เหมือนจะโอ เพราะเป็นทางเลือกเดียวที่มี
แต่โทสับไม่มีเงินพอสำหรับโทรออก 555
แม่งเหลืออยู่ 0.7 units เพียงพอแค่ส่งข้อความ 2 รอบ
ไปซื้อบัตรเติมเงินสิ
.. ที่ไหนล่ะ สามทุ่มนิดๆ แล้ว ละแวกนั้นปิดเกือบหมดละ ที่เปิดก็เป็นร้านที่ไม่มีบัตรเติมเงินขายแน่นอน
ดีน๊ะะะ กุเอาบัตรกดเงินมาด้วย เพราะเงินที่พก รู้สึกจะไม่พอซื้อบัตรเติมเงินที่ซื้อประจำ
(เพราะไม่รู้ว่า ถ้าต้องซื้อจะต้องซื้อเท่าไหร่ ร้านเค้ามีแบบไหนบ้าง)
แบตโทสับก็จะหมด เออออ... เอาเข้าไป ให้มันได้แบบนี้
เดินกลับเข้าไปร้านหนังสือ
อูยยยย... พนักงานหล่อเว้ย 5555 อยู่คนเดียวด้วย
เข้าทางๆ
5555 ไอ่บ้า คิดไรเนี่ย
เมิงจะได้กลับบ้านรึป่าวยังไ่ม่รู้เลยเนี่ย ฮ่าๆๆ
บทสนทนาจึงเริ่มขึ้น..
A: เอ่อ แถวนี้มีที่ไหนขายบัตรโทสับบ้างอ่ะ
??: ใช้ของระบบอะไรล่ะ(ค้าบ 5555 เติมเอง)
A: ระบบ... จ้ะ
??: หื้มมม ก็ต้องวอลมาร์ทนะ รู้ััมั้ยว่าไปยังไง
A: รู้นะ แต่ว่า รถกุเนี่ย สตาร์ทไม่ติดว่ะ ไปไงอ่ะ
??: หื้มมม ถ้างั้นก็ต้องไปเบสท์บายแหละ
A: แล้วถ้าเบสท์บายไม่มีล่ะ ทำไงอ่ะ
??: หื้มมม ก็ต้องไปวอลมาร์ทแหละ มีทางเดียว
A: หื้มมม (ในใจอยากจะด่าเหลือเกิน ก็บอกไปแล้วว่า รถกุสตาร์ทไม่ติดดด ให้กุไปยังง๊ายยย)
(แต่ก็บอกไปว่า) ก็รถสตาร์ทไม่ติด(นี่คะ 555) ให้ไปยังไงอ่ะ?
??: อ่อออ รถสตาร์ทไม่ติด ก็เลยต้องโทรหาใครมาช่วยใช่มั้ย
A: ใช่สิจ๊ะ ไอ่หล่อ (ฮ่าๆๆๆๆ)
??: อยากใช้โทสับมั้ยอ่ะ
A: แน่นอนสิ(วะ) อ่อ แต่ขอไปเอาโทสัีบก่อนนะ เด๋วมา
วิ่งกลับมาเอาโทสับ เกิดอะไรขึ้นรู้มั้ย??
ลองสตาร์ทรถอีกรอบ
สตาร์ทติดเว้ยยยย!!
อะไรเนี่ย กุ งง ค่ะ
ก็เมื่อกี้ยังแถ๊ดๆๆๆ อยู่เลยเมิ๊งงงง ตอนนี้ติดแระ เริ่ดดดด
ก็เลยวิ่งกลับไปบอกไอ่หล่อว่า รถสตาร์ทติดแล้ว ขอบคุนมากจ้ะ
ดูดิ รถตู - -"
- วันต่อมา ไปรับพี่โบมานอนบ้าน
ไปถึงลานจอดรถ ก็จอดแล้วดับเครื่องรอพี่โบเลย
ถ่ายรูปไปเรื่อยเืปื่อย
พี่โบมา... นั่งปุ๊บ
แอมเสียบกุญแจปั๊บ หมุนแป๊บ....
แถ๊ดๆๆๆๆ........ แถ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
???
อิหยังวะ เกิดอิหยังขึ้นนิ
???
เอาอีกแล้วววว อาการหนักกว่าเดิมอีกเมิ๊งงงง
ลองอยู่หลายรอบมาก ทำนุ่นทำนี่
ยังไงก็ไม่ติด
วันนี้โชคดีกว่าเมื่อวานหน่อย
โทสับแบตเต็ม เงินยังไม่เติมแต่มีบัตรเติมเงินติดกระเป๋ามาด้วย 555
โทรหาโฮสสิ ... แต่รู้ชะตากรรมละล่ะ
ว่าเค้าต้องไม่รับโทสับ
T____T
ก็เลยนั่นแหละ ทั้งนั่งรอความหวังว่าจะมีคนผ่านมาด้วย
ทั้งโทรหาเพื่อนที่ร้านอาหารไทยด้วย
ว่าทำไงได้มั่ง
เพื่อนบอก สงสัยแบตหมด ต้องชาร์ต
เพื่อนบอก ให้ลองดูหลังรถหรือข้างๆ ว่ามีที่ชาร์ตมั้ย
เพื่อนบอก เพื่อนจำได้ว่ามันมีในรถ เพื่อนเคยใช้อยู่ แล้วรถคันนี้ เพื่อนรู้ว่ามันเป็นยังไง 555
เหมือนทุกอย่างเตรียมพร้อมมาหมด
มีสายชาร์ตอยู่ในรถ ทั้งที่ไม่เคยเหนมาก่อน แต่มาวางอยู่เบาะข้างๆ เมื่อสองสามวันก่อนนี่เอง
ไฟฉายก็มี มาวางอยู่เบาะข้างๆ วันนี้นี่เองมั้ง
เริ่ดดดดดด
แต่แล้วก็ชาร์ตไม่ได้ ไม่มีรถอีกคันมาให้จิ้มชาร์ต
เฮ่อออออ
ทำไงอ่ะ ก็ต้องรอ.. ถ้าไม่มีคนมาจิงๆ ก็เข้าไปนอนบ้านพี่โบ
เรื่องของเรื่องคือ ไม่อยากนอนบ้านพี่โบ เกรงใจเค้า เพราะตั้งใจมารับเค้ามานอนบ้านเรา
และแล้ว ... ก็มีคนขับรถมาจอดทีลานจอดรถ
และแล้ว ... เค้าก็่ช่วยพวกเรา
กริ้ววววว
จิ้มรถกันและกัน
แล้วบอกพวกเราว่า
"อย่าดับรถจนกว่าจะถึงบ้านนะ"
ฮ่าๆๆๆ ไม่แน่นอนค่ะ
แล้วก็พากันออกจากบ้านพี่โบ ไปสตาร์บัค
แต่ให้พี่โบลงไปซื้อ
แม่ง เหมือนใช้เค้าเลยอ่ะ แต่ทำไงได้วะ
อยากกินก็อยาก แต่พี่โบก็โอเค ไม่ได้ว่าอะไร ก็ไปซื้อชาเขียวปั่นให้น้อง อิอิ
เหมือนที่แป้งบอกไว้ล่ะว่า
ให้ซื้อรถใหม่ได้แล้ว
5555555555555
ไม่มีอะไรจะโม้ละ
นึกไม่ออก ไม่ใช่ไรหรอก
แค่นี้ก็เยอะมากละ
เอ็นทรี่หน้า โปสการ์ดชาวบล๊อก แน่นอน ไม่ผิดคำสัญญา
ไปแล้วเด้อออออออ
อ่อ!! เกือบลืม
ยังไม่ตามบล๊อกทุกคนนะ
ยังไงดี...
บางคนก็อ่านแล้ว แต่ไม่ได้ทิ้งคอมเมนท์
ไม่ว่ากันนะ
ขอให้รู้ไว้เหอะว่า
"ติดตามอยู่เด้อออ"

#1 By lekprapan on 2009-04-02 11:22