.. ไม่รู้จะเริ่มว่าไงดี

ขับรถเมืองไทย อย่างมากก็ฝนตกหนักแบบมองไม่เห็นถนนหนทางต้องค่อยๆไป
เราเคยเจอแต่แบบนั้น ก็ไม่เคยไปบุกป่าฝ่าดง แล้วต้องขับรถเองนิหว่า ก็ต้องเจอแต่ถนนในเมืองนี่แหละ
มาอยู่นี่ขับรถต้องเจอหิมะอีก ก็ยังโอเคนะ ถ้าขับวันที่หิมะตกน้อย หรือไม่ตกเลย
แต่มันกองๆ อยู่กับพื้นและกำลังกลายร่างเป็นน้ำ/น้ำแข็ง
วันไหนสภาพอากาศแย่ สภาพถนนไม่ปลอดภัยในการขับรถ ไม่ว่าจะเพราะน้ำแข็งหรือหิมะ พายุหิมะกำลังจะมา ณ คืนนั้นๆ
โฮสต์พ่อจะรายงานทันทีว่า "เมิงไปไหนไม่ได้นะ อาทิตย์นี้ วันนี้ วันนั้น ติดอยู่บ้าน ฮ่าๆๆๆ" ขำกุอีก

แต่ทุกครั้งที่เห็นละว่า อะไรไม่ปกติไม่ว่าอากาศหรือถนน ก็ถามเค้าว่า ขับรถได้มั้ย
แต่เหตุการณ์วันนั้นมัน เฮ่อออ ยังกะละคร อะไรมันย่ำแย่สุมๆ กันอยู่ ...


..โฮสต์พ่อไปประชุมที่รัฐอื่นหลายวัน โฮสต์แม่บอกไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่าจะไปซื้อของกันวันนี้(วันจันทร์)
แต่ตอนบ่ายๆ เรียกมาบอกว่า เค้าไม่ค่อยสบาย ให้เราไปซื้อพวกของที่จำเป็นๆ มาไว้ก่อนได้มั้ยหลังเลิกงาน
สบายค่ะ แอมไปได้อยู่แล้ว แต่วันนั้นหิมะตกค่อนข้างหนักตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว
แล้วไม่ต้องบอกเลยว่ามันตกหนักแบบนี้ ถ้าสัก 6 โมง หรือหนึ่งทุ่ม หรือหลังจากนั้น สภาพถนนจะเป็นยังไง
ถึงเวลาออก โฮสต์บอก "ระวังนะ หิมะตกเนี่ย" รู้แล้วค่ะว่าต้องระวัง มันตกหลายชั่วโมงแล้ว
เค้าก็ต้องบอกแหละ เพราะถ้าเป็นปกติโฮสต์พ่อไม่ให้ออกแน่นอน คือ ไม่มีทางเด็ดขาด!
เพราะสภาพมันแย่ประมานนึง ทั้งหิมะตกหนัก แล้วไหนจะหิมะที่กองอยู่พื้นอีก
คือ ไม่ว่าตอนไหนตอนหนึ่งของการขับรถกลับบ้านเนี่ย เมิงต้องติดแน่ๆ มาไม่ถึงบ้าน
แล้วก็เป็นจริงดังว่า..

ตอนขาไป เห็นแล้วว่า มีรถคันนึงเสียหลัก ไปอีกเลนนึง หน้างี้ซุกเข้าไปในกองหิมะ (จุดสีน้ำเงิน)
(กองหิมะที่เค้ากวาดออกจากถนนแล้วกองไว้ข้างทาง สูงสักเกือบเท่ากระโปรงหน้ารถได้นะ)
ใจก็คิด เมิงขับยังไงของเมิงวะ คนท้องถิ่นมั้ยเนี่ย ทำไมพลาดได้ขนาดนั้น
แต่ว่าไม่ได้เพราะเป็นทางที่ลาดลงเขาปุ๊บก็โค้งเลย ไม่ชะลอรถนี่คือไถลแบบนี้แหละ
พอถึงถนนใหญ่ ความรู้สึกแรกที่รู้สึกได้คือ "กลัว" ไม่รู้กลัวอะไรเหมือนกัน แต่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
ถนนแย่แบบรู้สึกได้ หิมะตกหนักแบบมองถนนไม่เห็นแม้จะเปิดไฟสูง รถก็ไม่ค่อยมีทั้งที่มันเพิ่งหกโมงนิดๆ
ต้องขับช้าลงจากปกติครึ่งนึง ต้องปรับเบาะเพื่อนั่งให้หลังตรงๆ และมองเห็นระยะทางข้างหน้าได้มากขึ้น
ยังคง "กลัว" อยู่ กลัวจนกระทั่งไปถึงซุปเปอร์ที่ต้องซื้อของ
ขากลับไม่มีอะไรน่ากลัว จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่ถนนของหมู่บ้านตัวเอง




ขับมาถึงโค้งแรก (เส้นสีน้ำเงิน) ประกอบกับเป็นเนินเหมือนขึ้นเขาด้วยเล็กน้อย (จะใช้คำว่าลาดขึ้นมันก็งงๆ ว่าใช้ถูกมั้ย - -")
ถึงโค้งนี้รู้ตัวเองเลยว่า "กูไม่ถึงบ้านแน่ๆ" เพราะฟังเสียงล้อแล้วรู้เลยว่า มันเริ่มทำอะไรกับหิมะแล้วสักอย่าง
คือตัวล้อมันก็มีหิมะติดอยู่แล้ว พอมาเจอ(เสียดสี)กับหิมะบนถนน มันก็กลายเป็นว่ายิ่งลื่นเข้าไปอีก เหยียบคันเร่งก็ยังอืด ผิดปกติ
ผ่านโค้งนั้นมา เจอโค้งที่สอง(ตามรูป) ช่วงโค้งนี้เป็นทางลาดลง (จุดสีเขียว) ลาดลงปุ๊บ ก็เป็นโค้งและเนินขึ้นเขา (จุดสีแดง)อยู่ในช่วงเดียวกัน
ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่า
" ต้องขับเร็ว เพราะถ้าขับช้า จะขึ้นเนินข้างหน้าไม่ได้(จุดสีแดง) "
เพราะโค้งมันหักศอกนิดๆ พอถึงช่วงที่ลาดลงจากโค้งที่สอง ก็เร่งเครื่อง แล้วเริ่มหักพวงมาลัย หักนิดเดียว
แต่ปรากฏว่า ล้อปัด ด้วยความลื่นของหิมะ ปัดไปทางซ้ายและด้วยความที่เร่งความเร็ว รถมันก็ไปเร็ว
เห็นแล้วว่าจะชนต้นไม้ รีบๆๆๆ หมุนพวงมาลัยไปทางขวาด้วยความเร็ว หลายรอบ(เหมือนควงพวงมาลัยอ่ะ) เพราะกลัวชน
ไปด้านขวาปุ๊บ ก็ยังควบคุมรถกับพวงมาลัยไม่ได้ แล้วก็เห็นอีกว่า จะชนต้นไม้แล้ว
ก็รีบๆๆๆ หมุน(ควง)พวงมาลัยกลับด้านซ้าย
พอเห็นว่าตัวเองอยู่กลางถนนแล้ว(จุดสีแดงใหญ่) รถไม่หันหน้าไปทางไหนแล้วก็เบรกทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว สามสี่วินาทีก็ว่าได้ ณ ตอนนั้นเข้าใจคำว่า เสี้ยววินาที มากๆ
แล้วลองเร่งเครื่องเพื่อขึ้นเนินให้ได้ ... ผลคือ
" รถไม่ไปแล้ว มีแต่ล้อปัดๆ แต่รถไม่ไปข้างหน้าแล้ว"
โอเค กูติดแล้วนะ ไปไม่ได้แล้ว ก็ต้องจอด วินาทีนั้น สั่น บ่นกับตัวเองอย่างเดียวว่า เอาแล้วไงแอม กูว่าแล้วเมิงติดแน่ๆ
ถนนค่อนข้างมืด แต่ข้างหน้าสัก 300 เมตร มีเสาไฟฟ้า (อันนี้ไม่กลัวเท่าไหร่ เพราะยังไงก็หมู่บ้านเรา)
ที่กลัวคือ
"จะทำยังไงวะ จะกลับบ้านยังไงวะ"
เพราะโฮสต์แม่ไม่ค่อยรับโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้านก็ต้องลุ้นกันเอาว่าเค้าจะรับมั้ย
โทรเข้ามือถือ ก็ไม่รับจริงๆ
โทรเข้าบ้านทันที ปรากฏว่า รับ .. ณ ตอนนั้นรู้สึกโล่ง แต่เกรงใจโคดๆ
แล้วก็บอกเค้าว่า ติดอยู่ตรงนี้ๆ นะ เค้าก็เลยบอกว่า เด๋วเอาเด็กขึ้นรถแล้วออกมาหาแล้วกัน
ตั้งแต่ติดอยู่ตรงนั้นจนวางโทรศัพท์ไป รถผ่านไปสองคัน แต่ผ่านไปเลย ไม่มีการจอดถามว่า กูเป็นอะไรมั้ย
เค้าคงไม่เห็นมั้งว่า เราก็เปิดไฟกะพริบท้ายรถ หน้ารถอยู่
(ก็แอบคิดนิดนึงว่า เฮ้ย ฝรั่งนี่เค้าเป็นคนชอบช่วยเหลือคนไม่ใช่หรอวะ แต่ไม่เห็นมีใครมาเป็นห่วงกูเลยอ่ะ??)
ระหว่างที่รอโฮสต์ออกมารับ ก็มีรถคันนึงขับมา เค้าอยู่อีกเลนนึง (เป็นรถ 1 ใน 2 คันที่ขับผ่านแล้วเลยไปเลย)
เห็นแล้วว่าเป็นรถที่เค้าเอาไว้กวาดหิมะ ในใจคิด
เมิงจะจอดถามกูมั้ย ว่ากูเป็นอะไร ต้องการความช่วยเหลือมั้ย
เออออ แฮะ แล้วฝรั่งก็มีน้ำใจค่ะ
เค้าจอดแล้วถามว่า ต้องการความช่วยเหลือมั้ย
โหยยย ไม่มั้งคะ จอดอยู่กลางถนนเนี่ยค่ะ ก็บอกเค้าไปว่า กูติดค่ะ ขับขึ้นเขาไม่ได้
เค้าก็ถามว่ารถบ้านนี้ๆ รึป่าว แล้วเค้าก็ขับรถเค้าไปจอดข้างทาง แล้วขึ้นมาขับให้
เค้าถอยรถลงเนิน และโค้งไปหน่อย แล้วบอกอะไรสักอย่าง shot ๆ
เมิงสอนกูไปในตัวรึป่าววะ สงสัย - -"
โห แล้วเค้าก็ขับขึ้นมาได้ แต่ก็ดูไม่ค่อยมั่นใจนะเค้าเองอ่ะ แอมแอบเห็น 555
ขับมาส่งถึงบ้านแล้วเค้าก็ิวิ่งกลับไปเอารถ
ตอนอยู่ในรถ เค้าบอกว่า สงสัยเค้าต้องเดินกลับ 555 (เมิงต้องเดินกลับเมิงยังขำอีกหรอ 555)
ก็ถามว่าสก๊อต(โฮสต์ข้าพเจ้า)ไปไหน อยู่บ้านมั้ย .. คนแถวนี้รู้จักกันหมดแฮะ ฝรั่งนี่มันบทจะรู้จักก็รู้จักกันจัง บทจะไม่ทำความรู้จักกันก็ไม่ทำ
มาถึงบ้าน โฮสต์แม่เปิดประตูโรงรถมายืนยิ้ม โบกมือให้ พอเห็นหน้าถาม เป็นยังไงมั่ง
กูก็หัวเราะยิ้มๆ เท่านั้นแหละค่ะ ตลกตัวเอง ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น 55
พอเอาของเข้ามาเก็บในบ้านถามอีก Do you have fun? ป้าดดด ถามกูสนุกมั้ย
ก็ตอบไปว่า so muchhhhhh 555 เค้าเลยบอก นี่แหละสก๊อตถึงไม่อยากให้คุณขับรถเวลาหิมะตกเยอะๆ
จบค่ะ!

เหตุการณ์เกี่ยวกับรถนี่ เกิดไม่บ่อยนะ แต่เกิดทีนี่ มันรู้สึกแย่มากๆ
ครั้งก่อนเหมือนกัน โฮสต์พ่อไม่อยู่ เราก็อยู่กันสี่คน
ตอนเย็นแอมออกไปข้างนอก ซื้อข้าวของตามปกติ
พอจะกลับ อ่าว เห็นละ กูลืมปิดไฟหน้ารถ คิดในใจ หื้มมม แบตจะหมดป่าววะ เปิดไว้เป็นชั่วโมง
พอสตาร์ทรถปุ๊บ ไม่ติด.. แบตหมดจิงๆ แอมเอ้ยยย - -"
ทำไงอ่ะ โทรหาโฮสต์แม่ว่า รถสตาร์ทไม่ติดงี้ๆ นะ
อ่ะ เค้าก็บอกว่า ให้รอ เด๋วเอาเด็กขึ้นรถแล้วมารับ แล้วก็เหมือนเดิม เกรงใจโคดๆ
ทำไมต้องมาเกิดวันที่โฮสต์พ่อไม่อยู่ด้วยวะ เฮ่ออออ
ก็รอไปละ (เดินๆ ในร้านขายของแถวนั้นระหว่างรอ)ครึ่งชั่วโมง .. นานจังวะ
สักพักโทรศัพท์มาบอกว่า เนี่ย ติดอยู่ตรงนี้ๆ เพราะมีอุบัติเหตุข้างหน้า เค้าไม่ปล่อยรถ ตัวเค้าเองก็ทำไรไม่ได้
ได้ยินดังนั้น .. ไรกันวะ ตั้งนานไม่เห็นเกิดอุึบัติเหตุเนี่ย
โฮสต์เค้าก็เลยต้องกลับบ้านก่อน แล้วเด๋วจะออกมาให