แรกบิน..เพื่อออแพร์.. บนดินแดนแห่ง"เสรีภาพ"
posted on 20 Oct 2008 09:27 by amsk8ebola in all-is-life
เฮ่อออ... มาถึงสักที สิ่งที่รอมาเกือบปี
รอแบบเปล่าๆ ปลี้ๆ ไม่มีอะไรพิเศษงอกเงยขึ้นมาเลย
จะบ่นไปทำไม ผ่านมาแล้ว สู้กับปัจจุบันและอนาคตต่อไปกันดีกว่า...
วันนี้มาถึงแล้ว ดินแดนแห่ง "เสรีภาพ" ที่เรียกกันว่า ... อเมริกา..
ว่าไปแล้ว ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาต่างประเทศแบบนี้เหมือนกัน
(แุถมยังเป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นเครื่องบินด้วย ขึ้นครั้งแรกก็ยิงยาวววว เชียวแอม)
สงสัยหมอดูแต่ละคนที่เคยไปดู คงเป็นแค่หมอเดา
(ว่าเค้าอีกไอ่แอม ก็มันจิงนิหว่า เดา-ทายผิดหมดอะ)
การมาครั้งนี้ มาเพื่อเป็น "ออแพร์" ~~ พี่เลี้ยงเด็ก
รอมานานกับเอเจนซี่เก่า ร่วม 7 เดือน
ตัวเองเองก็ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่ง Host Family
ด้วยการโพสต์ประวัติตัวเองลงในเวป
เวปที่มีไว้ให้ ออแพร์ และ Host Family ได้มาเจอกัน
ร่วม 2 เดือน กับการฝากประวัติบนเวป มีหลายโฮสต์ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป..
จนที่สุด โฮสต์ที่พร้อมที่สุดก็เข้ามา .. และในที่สุดก็ตัดสินใจ Match ซึ่งกันและกัน
แล้วก็ต้องเปลี่ยนเอเจนซี่ ให้ตรงกันกับโฮสต์ วิ่งขึ้นวิ่งลง สกล-กรุงเทพ แทบอ้วก
ไม่เคยไปกรุงเทพ เดือนละสองสามครั้ง ก็ต้องไป
นั่งรถ จนรู้สึกว่า อย่าให้กูมาอีกเลยนะ กรุงเทพ กูเบื่อแล้ว
แต่สุดท้าย ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น และผ่านไปได้ด้วยดี
ติดๆ ขัดๆ บ้าง ราบรื่นบ้าง แต่ก็จบสวยงาม
มาถึงวันนี้ มาเหยียบดินแดนที่เป็นต่างประเทศ(ที่มันไกลบ้านจิงๆ) เออ.. รู้สึกว่า
"กูก็มีโอกาสได้มาต่างประเทศเหมือนกันหรอวะเนี่ย กูจะมีชีวิตต่อไปยังไง
กูจะอยู่ได้มั้ย นานแค่ไหน จะขี้มูกโป่งอยากกลับบ้านป่าววะ ..
วันพรุ่งนี้ในประเทศที่ห่างไกลบ้านเราขนาดนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง.."
แต่ท้ายที่สุดก็คือ ..
"สู้กับปัจจุบัน แม้จะคิดว่า ทำงานให้แต่ละวันมันผ่านไปก็พอ..
สู้กับปัจจุบัน ไ่ม่ว่าแต่ละวันจะเป็นยังไงก็ช่างมัน ถ้ามันผ่านไปแล้ว มันก็เป็นแค่ "อดีต"
สู้กับปัจจุบัน .. เพื่อสิ่งที่เรียกว่า "อนาคต" .. ดีกว่า.."
วันเดินทาง คือ เช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 21 กันยา ตรู่มาก 6.50 น.
ต้องไปเช็คองเช็คอิน นู่นนี่นั่น ตั้งแต่ ตี 4 นึกว่าจะนานกว่าจะขึ้นเครื่อง
ลำพังแค่เดินจากที่นึงไปทีนึง ตรวจกระเป๋า อีกสองรอบ
ก็หมดไปแล้วครึ่งค่อนชั่วโมงได้มั้ง
ไม่รู้มันตรวจอะไรนักหนา ทุกที่ที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
กูนิ ไม่ไหวจะเอาโน้ตบุคเข้า-ออกกระเป๋า
ดีนะที่ไ่ม่ต้องให้เปิดเพื่อดูโปรกงโปรแกรมด้วยเนี่ย
(เพื่อนที่มาเหมือนกันโดนมา แม่เจ้า!)
บ่นได้บ่นดีจิงๆ ผ่านมาแล้ว ก็บ่นได้อีก .. ก็มันน่าบ่น
กว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ กูแทบบ้า
เป้ใบใหญ่ที่แบกขึ้นเครื่องก็หนักมากพอแล้ว โน้ตบุคอีกเก็บเข้าเก็บออก เฮ่ออ...
ดูรูปสิคะ บ่นไปทำไมแอมเอ้ยยยยยย!!
ขอเตือนว่า entry นี้ เนื้อหา และรูปนั้น
"เยอะใช้ได้เลยทีเดียว"
ขี้เกียดดู กรุณากดเครื่องหมายกากบาทที่มุมขวาบนได้ทันทีค่ะ

พร้อมหน้าพร้อมตา..
เพื่อนที่บินพร้อมกันมีอีก 5 คน 2 ใน 5 แยกกันเมื่อถึงญี่ปุ่น
เมื่ออยู่บนเครื่อง ก็ไม่มีอะไรเลย นอกจากหน้าจอแสดงการบิน เพลง หนัง
โชคดีที่จาก ไทย ไป ญี่ปุ่น ประมาณ 5 ชั่วโมง ตามที่กัปตันประกาศ ยังพอนั่งไหว
อาหารที่เสิร์ฟก็.. กินได้ ..ไข่กวน ฮอทดอก(ขอเพิ่มสัก 5 อันก็ดี)
หนมปัง เนย น้ำส้ม ผลไม้ สี่ห้าหกชิ้น
จิงๆ คือมันหิวมากกว่ามั้ง ก็เลยพอกินได้ ประทังชีพ
โชคดีที่บินจากไทยไป ไม่มีอาการอะไรเลย แต่ต่อไปนี่สิ อย่าให้พูด - -"




ดูถาดคนข้างๆ กันบ้าง เละจิงๆ ฮ่าๆ
มาถึง นาริตะ-ญี่ปุ่น ประมาณบ่าย 3 ตามเวลาท้องถิ่น
รอเปลี่ยนเครื่องอีกประมาณ 3 ชั่วโมง
2 คนแยกไปอีกเกท รอขึ้นเครื่องอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
แล้วสี่สาว ออแพร์ จะำทำไรกันดีล่ะวะเนี่ย ชีวิต ..
ไม่รู้ทำไร ก็เดินไปเดินมา ในนั้นแหละ นี่ก็แบกเป้ใบเขื่อง โน้ตบุ๊คอีก - -"
พอเลิกเดิน ตัดสินใจ นั่งรอละกัน เมื่อยเดินละ
หาอะไรกินก็ไม่ได้ แพงจัด หร่อยป่าวก็ไม่รู้
เลยนั่งกินขนมผึ้งน้อยของเพื่อนที่มาจากเีชียงใหม่ประทังชีวิตไปก่อน



นั่งนี่แหละมา(หรือไป จำไม่ได้ ฮ่าๆ) แล้วมันก็ขนกระเป๋าพวกตูกลางฝน แม๊งงง
มาถึงเมกา เสื้อผ้าเปียกหม๊ดกู T_T


ไม่มีไรทำ ก็นั่งงง ถ่ายรูปเครื่องบินขึ้นๆ ลงๆ ไปเรื่อยเปื่อย ง่วงก็ง่วง
แต่สำคัญสุดคือ
หิววว!
เอาละ ได้เวลาแห่งการทรมานด้วยการ "นั่ง" อีกยาวววววว T_T
เครื่องออกประมาณ 6 โมงเย็น
เที่ยวนี้เราไปลงกันที่ San Francisco เพื่อต่อเครื่องไป New York
เที่ยวนี้ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง กูจะบ้าและอ้วกค่ะ นานนนจิงๆ
แล้วเราก็จะได้ผ่านเส้น.. เพื่อนบอกว่า่ ลองจิจูต -- เส้นแบ่งเวลา
นั่งได้สักพักใหญ่ๆ (มากกกกก) เริ่มเห็นแสงอาทิตย์ละ น่าตื่นตาดีเหมือนกัน
นี่แหละ time machine ของแท้ เราได้ย้อนวันเวลากันแ้ล้ววว เห็นบ่
แต่ 9 ชั่วโมงนี่ไม่ไหวจิงๆ นอนต๊างนาน ตื่นมา ผ่านไป 2 ชม เองหรอวะ T_T
เมื่อไหร่จะถึงวะเนี่ย กุไม่ไหวแล้ววว
เที่ยวนี้แหละที่เมาเครื่องของแท้ เครื่องเริ่มออก เริ่มมึนทันทีแอม
แล้วก็เริ่มรู้สึกพะอืดพะอม จะอ้วก มึนหัว มวนท้อง ทุกอย่างรุมเร้ากูค่ะ
แล้วไม่รู้ทำไม มันรู้สึกว่า นานนนนนนนนน มากกว่ามันจะทรงตัว คงที่ได้
กุนี่ไม่ไหวแ้ล้ววว ..
พอถึงเวลาเสิร์ฟอาหาร โหยยย น่ากินมาก หอมฉุย แต่ไม่สามารถกินได้เท่าที่ควร
กินเหมือนดม กินนิดเดียว แต่หอมเตะปากมาก ไม่ใช่ไม่หิวนะ ท้องกิ่วเลยอ่ะ
เสิร์ฟครั้งที่ 2 ก็ยังกินไม่ได้เหมือนเดิม บอกได้อีกว่า ท้องกิ่วอย่างแรง
แต่... เฮ่อออ กินไม่ลง เศร้าเลยตู
แ่ต่ไม่เปนไร สจ๊วต เที่ยวนี้ แบบว่า .. ไร้คำบรรยายจิงๆ
คมบาดตาบาดใจ ไม่ยิ้มก็คม แต่พอยิ้มบาดจิตมากกก พูดไทย ฟังไทยได้นิดหน่อย
แอมนั่งริมทางเดิน แต่เสิร์ฟให้เพื่อนด้านในก่อน
"ขอโทษนะครับ ไก่หมดแล้ว" พูดแบบที่ฝรั่งพูดไทยไม่ชัดนั่นแหละ
ได้ฟังแค่นั้นก็.. ไม่มีคำบรรยายแล้ว
สักพักเสิร์ฟน้ำ เพื่อนบอก "น้ำส้มค่ะ" แเต่เค้าฟังไม่รู้เรื่อง สงสัยศัพท์คงยากไป
(แต่หน้าสจ๊วต กะ หน้าแอม จะติดกันแล้ว ฮ่าๆ)
"น้ำส้วม?" ..ไม่ค่ะ น้ำส้ม จุ๊ยส์.. แอมก็เลยบอกไปว่า จู๊ซซซ
โอเคค้าบ เข้าใจ ฮ่าๆ บาดตาจิงๆ
ใครจะไปกินน้ำส้วมคะสุดหล่อ - -" แต่ให้อภัยได้ เพราะพูดไทยไม่ชัด ฮ่าๆ
แล้วในที่สุด พวกเราทั้งสี่ ก็มาถึงสักที อยากจะอ้วกและร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน
มาถึงประมาน 11 โมง หรือเที่ยงๆ นี่แหละ ของวันที่ 21 กันยา (กลับมาวันเดิมอีกกู)
ต้องรอเครื่องอีกประมาน 3 ชั่วโมงได้มั้ง รอออ กันไปสี่สาว
ที่นี่ตรวจสัมภาระโคดดด ละเอียด ทั้งคน ทั้งของ
ใส่เสื้อกันหนาวก็ต้องถอด รองเท้าก็ถอด โน้ตบุคก็เอาออกอีก 2 รอบ
กุจะบ้าตาย อะไรนักหนา ดีไม่ต้องถอดถุงเท้าด้วย แม่เ้จ้า! ตรวจยิบ
ที่นี่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่หน้าตาใจดี ก็เจอถามไป
คุณเอาอาหารอะไรมามั้ย ...เอามาม่ามา... ซีฟู๊ดป่าว ...ไม่ค่ะ เอารสมู๋มา...
คุนพกเงินมามากกว่า .. เหรียญมั้ย ...ไม่อ่ะ ชั้นมีแค่ 174 เหรียญเอง...
(เจ้าหน้าที่ขำเล็กๆ คงคิดในใจ บอกกุทำไม เอามาแค่นี้เนี่ย)
โอเค มองกล้องนี้นะ ...ยิ้มได้ป่าวอ่ะ... เอ้าาา แน่นอน Smile!!!

ให้รู้ว่า มาถึง ซานฟรานแล้ว
ไม่มีอะไรทำ เดินไปเดินมาก็แล้ว ไม่เห็นมีอะไรเท่าไหร่
นั่งรอเครื่องไป ถ่ายรูปเครื่องบินไปเล่นๆ หนุกดี แต่ง่วง









ดูสัมภาระของสี่สาว กองงงงงง

เพื่อนนอนสบายยย แต่ละคน หลับได้เป็นหลับ เมื่อยจิงๆ
แล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง บ่าย 4 หน่อยๆ
เอาวะ สู้กันอีก 5 ชั่วโมง T_____T
เครื่องเล็กกว่า 2 รอบที่ผ่านมา
มีแต่ฝรั่งตัวเป้งๆ นั่งกันงี้ เต็มเ้บาะเลย
อย่างเราๆ นั่งยังมีที่หลงเหลือบ้าง เกิดมาตัวใหญ่จิงๆ พวกท่าน
เวลาของซานฟราน กับ นิวยอร์ค ห่างกันประมาน 2 ชั่วโมง
5 ชั่วโมงบนเครื่อง จาก ซานฟรานมาถึงนิวยอร์ค จึงเป็นเวลา
เที่ยงคืนกว่าๆ ย่างเข้าวันที่ 22 กันยา .. บินกลับไปกลับมาได้อีกมั้ยคะ??
สี่สาวออแพร์ รอคอยเวลานี้มานานนนน ถึงสักทีโว้ย ไม่ต้องนั่งเครื่องกันอีกแล้ว T__T
แล้วเราก็มุ่งหน้า สู่ St John's University โดยมีเจ้าหน้าที่ของโครงการมารอรับ
เจ็ทแล๊ค กันนิดหน่อย ถึงมหาัลัยตีหนึ่งกว่าๆ อาบน้ำกันแล้วไม่นอน นั่งเล่นเน็ตกันถึงตี 4
พวกเราใช้ชีวิตที่มหาลัยกัน 4 วัน เต็มๆ
กับการอบรมการเป็นออแพร์ และการใช้ชีวิตที่เมกา
สนุกนะ ชอบ เจอคนจากหลายๆ ประเทศ แต่พูดไม่ค่อยเก่ง แต่ก็อยากพูดนะ
ฝรั่งเค้าพูดกันปู๊ดป๊าด แย่งกันตอบ แอมนี่นั่งฟังอย่างเดียว - -"
เวลาเรียน แยกห้องตามโซนรัฐที่จะต้องไปอยู่ ในห้องมีคนไทยคนเดียว
บางห้องมี 3 เมาท์กันมันเลย ฮ่าๆๆ


บรรยากาศดีมากๆ อากาศเย็นสดชื่น ชอบมากกกกก



อีกสามสาวที่บินด้วยกัน




เราเรียนกันที่ตึกหลังนี้แหละ

ห้องเรียนของแอม :)

หน้าตึกเป็นทะเลสาบ(หรอวะ)

ดูมุมกว้างกันหน่อย (ต่อไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่)

บางวันก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝน และ หนาว

เย็นๆ ก็มีเนี่ยแหละ นก หรือ เป็ดล่ะเนี่ย

ถนนก็ถ่ายได้อีกนะแอม


อาหารการกิน บางวันก็โอมากๆ อร่อยดี แต่ส่วนมากไม่ถูกปากหรอก
ที่ถูกปากคือ อาหารเช้า สองวัน ที่เป็นเหมือนไข่เจียวๆ กวนๆ กับเนื้อทอด หนมปัง
กินแล้วบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อย ทำไมไม่ทำแบบนี้ทุกวันวะ ฮ่าๆ
ส่วนมื้ออื่นๆ ก็จะเป็นพวกนี้แหละ แฮมเบอร์เกอร์ สลัด นู่นนี่นั่น กินได้บ้างแต่ไม่ถูกใจ
ก็เลยต้องมีการงัดมาม่า และโจ๊ก จากกระเป๋าของเพื่อนสาวมากินกัน ฮ่าๆ
ถูกใจคนไทย แถมโดนใจออแพร์จากโคลัมเบียอีกต่างหาก
ให้พวกเทอกินมาม่า่ต้มยำ พวกเทอบอก เผ็ดมากกกก กินได้ยังไง เค้าชอบโจ๊กมากกว่า
เทอยังถ่ายรูปคู่กับซองมาม่า และ ซองโจ๊ก ไว้เป็นหลักฐานเลย ฮ่าๆๆ เทอฮามากๆ


เก็บดอกหญ้า และ ใบไม้ ที่มหาลัยมาฝาก..
วันพฤหัส ช่วงบ่าย มีทัวร์ไป นิวยอร์คซิตี้ เป็นทัวร์ของโครงการนี่แหละ
เสียคนละ 30 เหรียญ ตอนแรกคุยกับเพื่อนอีกคนว่า ไม่ไปหรอก ตั้ง 30 เหรียญแหน่ะ
แต่คนไปก็คงจะเยอะ คงไม่มีใครอยู่มหาลัยหรอก ไม่เปนไร อยู่กัน 2 คน ฮ่าๆ
แต่พอใกล้ถึงวัน เค้าจะมี เซอร์ไพรส์ จากโฮสต์ ถึง ออแพร์
แล้วแต่ว่า โฮสต์ใครจะซื้ออะไรให้บ้าง (เป็นของจากโครงการ)
โชคดีหน่อย โฮสต์ซื้อของให้ แล้วก็ได้คูปองทัวร์นิวยอร์คด้วย
ก็เลย ตกลงไปทัวร์กะเค้า แล้วถึงเวลาจิงๆ ไปกันทุกคนอ่ะ
ไม่มีใครอยู่เลย เหอๆ เกือบแล้ว
พี่โครงการที่เมืองไทยบอกว่า ทัวร์เนี่ย มันเป็นชะโงกทัวร์นะน้อง ฮ่าๆๆ
นั่นแหละยิ่งทำให้ไม่อยากไปเลย แต่ไหนๆ โฮสต์ก็มอบของขวัญแ้ล้ว ก็ต้องไปสิ
ไปจิงๆ ก็ชะโงกทัวร์จิงๆ เค้าขับผ่านๆ ในตัวนิวยอร์คซิตี้ ผ่านนู่นผ่านนี่
ตึก อาคาร สำนักงาน สำคัญๆ ต่างๆ ที่ได้จับต้องเป็นชิ้นเป็นอันก็เห็นจะเป็น
Time Square, Statue of Liberty, Ground Zero, New York City-Fifth Avenue
คือได้ถ่ายรูปชัดๆ ได้เห็นได้ลงไปดูว่ามันเป็นงี้ๆ นะ

อยู่บนรถ ถ่ายอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่
ถ่ายรูปไป คิดไป มันมีอะไรดีวะ นิวยอร์คเนี่ย
มีแต่ "ตึก แล้วก็ตึก รถก็เยอะแยะ ของก็แพง"
ยกเว้นของฝากกระป๋องกระแป๋งที่มันไม่แพง นี่ก็ซื้อมาเหมือนกัน ก็มันไม่แพงไง ฮ่ๆ







Time Square อยู่ลิบๆ

มาถึงละ ก็มีแต่ตึก และ ตึก เนี่ยแหละ


จอดรถตรงที่มีกระทิงตัวใหญ่ๆ เจอนี่เข้า ถ่ายกันใหญ่ สงสัยออกข่าว เห็นรถข่าว

เรากำลังจะนั่งเรือไปชะโงก เทพีเสรีภาพ กันแล้ว

ที่ท่าเรือนี้ นั่งไปอีกท่าเรือนึง แล้วก็นั่งกลับมาที่เดิม

เด๋วมานะจ๊ะ

เป็นอะไรที่มีแต่ตึกจิงๆ - -"

เอ้า กดชัตเตอร์กันใหญ่ ไม่ว่าคนชาติไหน กดกันรัว
มาถึงฝั่ง มุ่งหน้าไป Ground Zero เดินช้อปกันนิดหน่อย (ปาไปเกือบชั่วโมง)
แล้วก็ไปแถว Empire State Building, Fifth Avenue
ปล่อยตามยถากรรมแล้วทีนี้ ให้เวลา 2 ชั่วโมง คุณอยากทำไรก็ทำไปค่ะ

Ground Zero

ละแวกเดียวกัน


นิวยอร์คซิตี้ ยามค่ำคืน




เป็นอันจบการทัวร์นิวยอร์คซิตี้ ของค่ำคืนนี้
วันต่อมา ศุกร์ที่ 26 กันยา เป็นวันสำคัญ
คือ การแยกย้ายกันไปเพื่อเจอโฮสต์ของตัวเอง
แอมนั่งรถของโครงการจากมหาลัย มา นิวเจอร์ซี ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
รถจอดได้แปบนึง รถคันสีแดงก็วิ่งมาจอดด้านหน้า (ผู้หญิงมาคนเดียว)
หน้าเหมือนโฮสต์กูเลยอ่ะ แต่ทำไมหน้าเด็กจังวะ คงไม่ใช่มั้ง
พอเค้าลงรถมา เค้าเห็นเรา(นั่งรอบนรถ) เค้าก็ยิ้มแล้วชี้มาที่เรา
อ้าววว โฮสต์ชั้นหรอเนี่ยยย หูยยย ตื่นเต้น (เป็นคนที่ 2 ที่โฮสต์มารับ)
ลงจากรถมา สวมกอดกันพักนึง เค้าก็ถามนู่นถามนี่
แล้วเราก็ช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถ ขับจาก นิวเจอร์ซี มาบ้านโฮสต์
ใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง - -" ยาวนานจิงๆ
มาถึงบ้าน ไม่มีใครอยู่
โฮสต์พ่อไปประชุมที่รัฐอื่น กลับมาถึงดึกๆ
พี่ออแพร์คนปัจจุบัน กับ เด็กๆ ไม่อยู่ ออกไปข้างนอก
โฮสต์แม่พาชมบ้าน สักพัก เด็กๆ กับพี่ออแพร์ก็กลับมา
หูยยย เด็กๆ อายใหญ่ (วันแรกเนี่ย น่าร๊ากกกก เชียว ยังไม่ออกฤทธิ์นั่นเอง ฮ่า)
พี่ออแพร์เค้าก็ทำพะแนงไก่ให้กิน แต่ก็รสชาตแปลกๆ
อย่างว่า อะไรๆ มันไม่เหมือนบ้านเรา แต่ก็อร่อยนะ พี่แกฝีมือดีนะจะบอกให้ ฮิ้ววว
โชคดีมากที่ได้โฮสต์นี้ เค้ากินข้าว มีหม้อหุงข้าวไว้ด้วย แต่ก็ไม่ได้กินทุกมื้อหรอก
พี่ออแพร์บอกว่า สงสัยเค้าจะจนเพราะแอมนี่แหละ กินโคดเก่ง
ข้าวนี่อาิทิตย์ีที่แล้วหมดไปแล้วถุงนึงมั้ง
มาอยู่นี่กินข้าวทุกวัน วันละ 3 มื้อเต็มที่ หรือไม่ก็ต้องได้กินวันละมื้ออ่ะ ไม่มีขาด
แล้วกินเยอะกว่าอยู่เมืองไทยอีก อ้วนแน่ๆ กู
เลยพลอยทำให้พี่ออแพร์กินได้กินดีไปอีก น้ำหนักแกขึ้น แล้วบอกเราผิด ฮ่าๆๆ
นู๋ไม่ผิดนะ พี่ำทำกับข้าวอร่อยเองนี่หว่า ;P
บางทีไม่มีกับข้าวนะ ก็กินกับฮอตดอกเด็กนั่นแหละ 2 ชิ้น ราดซอสไป
เลยรู้สึกสบาย ได้กินข้าวเหมือนอยู่บ้าน
(หรือต่อไปเค้าจะไม่ซื้อข้าวมาติดบ้านไว้แล้ว ไอ่แอมมาอยู่เปลืองชิบเป๋ง
ถ้าเป็นอย่างงั้นจิงๆ กูตายแน่ T_T คงต้องซื้อข้าวมาติดไว้กินเอง)
วันรุ่งขึ้นถึงได้เจอโฮสต์พ่อ อุ้มไอ่ตัวโตลงมา เดินมาหวัดดี สวมกอดกันแปบนึง
ทำไมโฮสต์พ่อโฮสต์แม่ตูหน้าตาเด็กจังวะ เด็กกว่าอายุเยอะนะนิ
วันนี้พี่เค้าทำข้าวผัดให้กิน อร่อยยยยยย คืออะไรก็ได้ให้มีข้าวอร่อยหมด วินาทีนี้
(แต่พี่เตนท์ทำหร่อยจิงๆนะ ขอบอก ไม่เสียแรงมีคนรู้ใจเป็นถึงเชฟ ฮิ้ววว)
แล้ววันนี้ เราก็เรียนรู้งานกันทั้งวัน....
เฮ่ออออ หมดสิ้น จบสิ้นไปแล้ว เอ็นทรี่นึง
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
- entry นี้้ ใช้เวลา เลือกรูป ลดขนาด ใส่กรอบ อัพโหลด เรียบเรียงเนื้อหา
อยู่ ประมาน 4 วัน เหนื่อยชิบเป๋ง แต่เสร็จแล้วโว้ยยย!!
- อากาศเย็นตั้งแต่มาถึงมหาัลัย เย็นแบบสดชื่นๆ ชอบมากกกกกก
หวัดลงคอ ใ้ห้ได้กินยาประจำตัวกันตั้งแต่สามสี่วันแรกเลยทีเดียว
ยาก็ดันเตรียมมาแค่พอสำหรับ ป่วยแบบนี้่ 2 ครั้ง
ตายแล้วกู หมดไปแล้ว 1 ครั้ง
อยู่ต่อไปนี่ ห้ามป่วยเลยนะเนี่ยแอมเอ้ยยย
- พอมาถึงบ้านโฮสต์ยิ่งเย็นเข้าไปอีก ก็บ้านอยู่บนเขานี่หว่า
- กำลังปรับตัวให้เข้ากับเด็กๆ บางทีพูดอะไรไป เด็กมันก็ไม่เอา โนตลอด
บอกเรา โกอะเวย์ ฮ่าๆๆ กูโดนเด็กไล่ แต่ก็ทำใจได้ละล่ะ กับคำพูดพวกนี้
พี่ออแพร์บอก พี่อยู่มาปีกว่า พี่ก็ยังโดนอยู่เลย บางทีมันก็ไม่ฟังเราพูดหรอก
ปล่อยมัน มันยังเด็กอยู่ แต่กับเด็กคนโต พูดรู้เรื่องแล้ว พอไหว
แต่เหนื่อยที่ต้องพูดเยอะ ฮ่าๆ พูดแล้วพูดอีก ย้ำกันหลายรอบ กว่าจะให้ทำนู่นนี่ได้
เหนื่อยพูดนี่แหละพี่เตนท์เอ้ย พี่เค้าก็พูดเยอะเหมือนกัน
- วันก่อนหนาวมาก หนาวสะท้าน ตอนเย็นๆ ประมาน 14 องศาได้มั้ง
กลางวันก็ไม่แพ้กัน ถ้าอยู่ในร่มนี่ประมาน 10 องศาได้มั้ง
ต้องยืนตากแดดเท่านั้น ถึงว่า ทำไมฝรั่งมันชอบแดดกันวะ
- มานี่ซื้อแต่เสื้อกันหนาว ดูแล้วถูกใจก็ซื้อ
เสื้อกันหนาวธรรมดานี่แหละ แต่ดูแล้วอุ่นก็เลยซื้อเก็บไว้
พี่เตนท์บอก ซื้ออีกละ ฮ่าๆ นู๋ชอบอ่ะ
- นอกจากเสื้อกันหนาวแล้ว เราก็จะเน้นหนักไปทางขนม คุกกี้นะคะ
เห็นแล้วก็ซื้อมาเก็บมาตุนไว้
บางทีเล่นเน็ตไป ก็กินไป แล้วก็นอนนนนน
จะไ่ม่ให้อ้วนได้ไงวะเนี่ย แอมมม!
- entry หน้า จะพาชมเมืองใกล้ๆกับเมืองแอม ;)
- อ้อ! ลืมไม่ได้ การเดินทางครั้งนี้ ขอขอบคุณ United Airlines
ที่พาพวกเราทั้งหมด ถึงจุดหมายโดยปลอดภัย
รู้ไว้เหอะว่า แอมกลัวมากกกกกก ตลอดระยะเวลาการเดินทางสิบกว่าชั่วโมง - -"


มหาลัยน่าอยู่มากๆ
สู้ต่อไป โฮ่!
#1 By POR on 2008-10-20 10:01