ผ่านมา 2 วันแล้ว สำหรับกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
โดยวันที่ 8 - 19 พค. จะเป็นแค่การตักเตือนก่อน หากพบผู้กระทำผิด
จากนั้นไป จะทำการจับผู้กระทำผิดจริงๆ จังๆ
หลังจากมีการประกาศว่าจะใช้กฎหมายนี้แน่นอนแล้ว
สิ่งที่ตามมาเป็นโขยงคือ "คำถาม"
มันก็น่าสงสัย และชวนถามจิงๆ นั่นแหละ
ตัวเราเอง ก็ยังมีคำถามเหมือนกัน
"ห้ามมิให้ผู้ขับรถในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา
โดยผู้ขับขี่ต้องไม่ถือ หรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น"
(ขอบคุณเวปของ สสส.)
รถติดไฟแดงก็ห้ามใช้โทรศัพท์เช่นเดียวกัน
(เว้นแต่ใช้อุปกรณ์เสริมเท่านั้น)
เพราะถือว่าคุณยังเป็นผู้ควบคุมรถอยู่
และยังรวมไปถึง
ห้ามส่ง sms หรือ ถ่ายภาพแม้ขณะติดไฟแดงด้วย
ถามว่า
"สมมติว่า ไม่มีอุปกรณ์เสริม ให้คนที่นั่งมาด้วยถือโทรศัพท์ให้(แบบแนบหู) แล้วเราคุยได้มั้ย"
เท่าที่รู้คำตอบมาคือ
"ไม่ได้"
อันนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า
มันต่างอะไรกับการใช้อุปกรณ์เสริมหรอ??
เพราะเราเองก็ไม่ได้จับโทรศัพท์
หรือโทรศัพท์มันติดกับหูเรา เลยผิด ไม่เหมือนการใช้อุปกรณ์เสริม??
ถามว่า
"ทำไมต้องให้ใช้อุปกรณ์เสริม แทนที่จะห้ามใช้ขณะขับรถไปเลย"
หากต้องการจะโทรจิงๆ ก็จอดข้างทาง แล้วก็โทรซะ
อาจจะมีคนตอบมา
"ก็อาจจะมีคนที่เค้ามีธุระจิงๆ คอขาดบาดตาย ต้องรับโทรศัพท์จิงๆ ก็ได้นี่"
"..................."
(ก็ประเทศไทยไม่ชอบทำอะไรเด็ดขาด ชอบหย่อนๆ หยวนๆ
เราถึงไม่ถึงไหนกันซักที เฮ่ออออ)
แล้วอย่างนี้
กฎหมายที่ออกมา จะช่วยได้ จริงๆ หรือปล่าวคะ??
แล้วคุณล่ะ มีอะไรสงสัยกันบ้างมั้ย.....
**ขอเสริมข้อมูลน่ารู้สักหน่อย (จาก มาริเนอร์ไทย เวปบอร์ด)
- ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า
เมื่อท่านใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ จะมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า
- การใช้มือถือทำให้เสียสมาธิ และทำให้เบรกช้าลง 0.5 วินาที
- การใช้มือถือทำให้เกิด Inattention Blindness
คือ มักจะพลาดการมองเห็นป้ายสัญลักษณ์
ไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้แม้ว่าจะจ้องป้ายนั้น
** ที่น่าสนใจ อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดในผู้ขับขี่ที่ฟังเพลง หรือพูดคุยกับผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางด้วย
- ความเสี่ยงข้อสุดท้าย ผู้ขับที่ใช้มือถือ มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่า
ผู้ขับขี่ที่มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
)