โลก(ที่ชั้นว่า)ส่วนตัว

posted on 20 Mar 2007 05:04 by amsk8ebola



เหนื่อย.... คงบอกได้แค่นี้ เหนื่อยทั้งกายและจิตใจ หลายคนคงเหมือนกัน เหนื่อยกายทนได้
ทนให้ตายก็ทำได้ แต่จิตใจ.. บางครั้ง คงยากที่จะทำมันให้ทน สถานการณ์รอบข้าง คนรอบ
ข้าง สิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือสิ่งอื่นใด.. ทุกสิ่งเนี่ยแหละ ที่เป็นตัวบั่นทอนจิตใจให้เหนื่อยและ
ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++




การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้ง จากเชียงรายสู่เชียงใหม่ เมืองที่เคยไปมาแค่ไม่กี่ครั้ง ทุกครั้ง

จะมีเพื่อนร่วมเดินทางที่เป็นคนรู้จักเสมอ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่.. เป้ใบใหญ่ ไม่ได้ถูกแบกขึ้นหลัง

เหมือนหลายๆ ครั้งที่เดินทาง ราคาที่นั่งเพิ่มขึ้นอีก 20 บาทจาก 3 ปีก่อน เพื่อนร่วมเดินทางครั้ง

นี้เป็นป้าที่ดูเหมือนจะเดินทางไปเชียงใหม่บ่อยนัก บางครั้งป้าพิงกระจกมองทางไป

เรื่อยๆ แสงแดดส่องกระทบ แต่ป้าก็ไม่ได้มีทีท่าว่าร้อนหรือต้องการปิดม่าน ... การเดินทางสิ้น

สุดที่อาเขต ก้าวแรกที่นี่~~ที่เชียงใหม่.. ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น ถามตัวเองทันทีว่า "จะอยู่

ได้มั้ย" ..ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน สิ่งที่มีคือ "ดูเหมือนเหงาๆนะที่นี่ ทำไมดูแล้วรู้สึกว่าแย่กว่า

กรุงเทพ ที่นี่ไม่ใช่หรอที่ตั้งใจจะหางานทำและตั้งรกรากถ้าเป็นไปได้" ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

..สับสน งุนงง ไม่แน่ใจ เหงา ไม่หวาดแต่ กลัว.. จนเมื่อได้ไปที่ออฟฟิศนึงแถวมหาวิทยาลัย

ประจำจังหวัด ความรู้สึกเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจน สายตาบางคู่ไม่บ่งบอกถึงความเป็นมิตรหรือจริงใจ

แต่นั่นอาจเป็นภาพภายนอกก็ได้ ณ ตอนนั้นและตรงนั้น มากกว่าครึ่งของความมั่นใจหายไป ตอบ

คำถามตัวเองทันทีว่า "คงอยู่ไม่ได้แน่" ..ส่วนลึกเล็กๆในใจแย้งขึ้นมาว่า "เราต้องอยู่ให้ได้สิ"

..สับสน.. จนเมื่อได้ยินคำพูดหลายคำ ที่ฟังแล้วกับอึ้งในความหมายของประโยคเหล่านั้นว่า

ต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่ ..ความไม่แน่นอน ความอยู่รอด ความรักความผูกพัน หรืออะไร..

ความอึดอัดเกิดขึ้นทันที พร้อมกับความรู้สึกที่เสียไป อึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก อึดอัดจนกลั้นน้ำตา

ไว้ไม่อยู่ จะคุยกับใครดี.. มีไม่กี่คนอยู่ในความคิด แต่ก็ต้องเลือกเพราะแต่ละคนก็มีธุระและเรื่อง

ราววุ่นๆของเค้าอยู่แล้ว ..แม่ คือคนแรกที่คิดถึง แต่แม่รู้ไม่ได้ว่าร้องไห้ ถึงแม่จะรับรู้ตลอดว่ามี

ปัญหาแต่แม่ไม่เคยเห็นว่าร้องไห้ ~~กลัวแม่จะห่วงและเป็นกังวล.. สุดท้ายกดโทรศัพท์ถึง

เพื่อนที่เพิ่งแยกกันเมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้วเป็นที่ระบายน้ำตา "อย่าร้องไห้ มาอยู่บ้านเค้าก่อนมั้ย"

ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้อยู่ที่นี่คงรู้สึกสบายใจขึ้น.. การเดินทางจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง



การเดินทางเริ่มขึ้นอีกครั้ง จากเชียงใหม่สู่ลำปาง เมืองที่เคยไปแค่ครั้งเดียวพร้อมกับเพื่อน

สนิทผู้เป็นเจ้าบ้าน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่.. เป้ขนาดเล็กกว่าเมื่อวานถูกหิ้วขึ้นไปวางใต้เบาะบนรถป.2

ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนล้อ เพียงเพราะรอผู้โดยสารอย่างเราเป็นคนสุดท้าย

ตามที่พนักงานขายตั๋วบอก ระยะทางข้ามจังหวัดครั้งนี้ ร้อยกิโลเมตรเศษ ใช้เวลาแค่ชั่วโมงกับ

สามสิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน เทียบกับกรุงเทพ ระยะเวลาเท่านี้บางทียังไปไม่ถึง 10 กิโลเมตรเลย

ด้วยซ้ำ.. ความรู้สึกหลังจากก้าวเท้าออกจากตัวรถ เป็นความรู้สึกดี ดีมาก~~สบายใจ

แล้วตลอด 3 วันที่ลำปางก็เป็นอย่างนั้นจิงๆ



หมู่บ้านที่อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางถ้าวัดด้วยระยะทางมอไซค์ก็เกือบชั่วโมง ชอบ..มากๆ

อยู่แบบสบายๆ ข่าวสารของโลกภายนอกก็รับรู้ด้วยจอสี่เหลี่ยมที่รับสัญญาณจากสถานีส่ง

ถ้าคิดจะพูดคุยกับคนที่บ้าน เพื่อน หรือใครๆ แต่ไม่ได้ใช้คลื่นจากระบบโทรศัพท์ระบบแรกๆของ

ไทย ก็เลิกคิดได้เลย เพราะที่นั่นมีเพียงคลื่นเดียวที่ส่งถึง อาหารการกินในแต่ละมื้อถ้าไม่มาจากฝี

มือเจ้าบ้าน ก็จะเป็นอาหารฝากจากข้างบ้านที่ใช้วัตถุดิบละแวกนั้นในการปรุง เย็นๆหลังเลิกเรียน

เสียงเจี๊ยวจ๊าวจากเด็กหลากหลายระดับชั้นคือสิ่งที่ได้ยินทุกวัน เวลาขณะนั้นบางครอบครัวยังคง

นั่งทำงานอยู่.. แต่อยู่กลางทุ่งนะ แปลงปลูกถั่วดิน (เรียกไม่ถูกเหมือนกัน..ถั่วที่ต้มขายกัน10

บาทนั่นแหละ) คือที่ทำงาน นั่งขุดๆต้นมันขึ้นมา สะบัดๆ เด็ดดึงเอาเฉพาะส่วนที่เป็นเม็ดถั่วโยน

ใส่ตะกร้าเหมือนไร้ค่า แต่มันขายแบบดิบๆอย่างนั้นได้กิโลละแปดบาท(ไม่รู้มากหรือน้อย)

บางวันเพื่อนบ้านมาชวนไปเสียบอุปกรณ์ตกปลา(จำคำที่ใช้เรียกไม่ได้)เพื่อมาทำเป็นอาหารมื้อ

ต่อไป บางคนนอนเล่นใต้ถุนบ้านรับลมที่ได้พัดผ่านไปผ่านมาบ้าง เพราะบนบ้านร้อนเหลือเกิน..

..นี่แหละวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านในแต่ละวัน ไปครั้งนี้รู้สึกดีมาก ผ่อนคลายจากเรื่องเครียดๆไป

ได้เยอะ คิดและบอกกับตัวเองว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เหนื่อยหรือมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ที่นี่แหละจะ

เป็นที่สำหรับพักผ่อนร่างกายและจิตใจ ..ไม่ต้องโทรศัพท์ ไม่ต้องติดต่อใคร ไม่ต้องคิดถึงในสิ่งที่

จะเป็นมลภาวะต่อจิตใจ.. มีความสุข~~




++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



12 มีนาคม 50
ก้าวสุดท้ายที่ขนส่งเชียงราย รู้สึกและบอกกับตัวเองว่า "เรากำลังจะไปเจออะไรใหม่ๆ
และกำลังจะก้าวต่อไปด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือตลอดเวลาของพ่อแม่" แต่ก้าว
แรกที่บริษัทแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ เกิดความรู้สึกแปลกๆ ที่ตรงข้ามกับก้าวสุดท้ายโดยสิ้นเชิง
"อยากกลับบ้าน อยากกลับไปอยู่กับพ่อแม่ ไม่อยากไปไหนแล้ว" รู้สึกว่าเชียงใหม่อยู่ยาก
อึดอัด ไม่สบายใจ เหงาและกลัว...


"บันทึกที่ยังไม่จบจากสมุดปกใส"


Hello! Good Site! Thanks you! kzogiojxuk

#7 By wqzwrcardb (210.51.51.24) on 2008-01-28 05:46

นี้ไปแค่ เชียงใหม่ ยังขนาดนี้ อีกหน่อย ดาก็จะไปอยู่ต่างแดนแร้ว จะขนาดไหน

#6 By *~อินู๋วีน~* on 2007-04-02 00:33

ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้
เราก็จะแกร่งขึ้น ถือว่าเป็นประสบการณ์
ที่น่าตื่นเต้นนะ สู้เขาครับ
ไม่นาน คงมีโอกาสได้ไปเชียงใหม่
ไปสู้กะเขาบ้าง

#5 By Travelism on 2007-03-26 14:49

สรุปได้ว่า

การมีชีวิตที่ พอเพียง
จะเหนื่อยหรือลำบาก

แต่ความสุขมันอยู่ที่ใจ

#4 By LiFe Room on 2007-03-26 14:15



เหนื่อยนัก ก็ พักสักหน่อยดีมั้ย?

#3 By the ♣ benx on 2007-03-24 14:36

เดี๋ยวกลับมาอ่าน

เชียงราย ถึง เชียงใหม่

วันนี้เขียนยาวมาก
เพราะไม่ภาพ บรรยาย ใช่ปะ

#2 By LiFe Room on 2007-03-23 17:13

อย่างนี้แหละแกชีวิต
อะไรๆมันมักไม่เป็นอย่างที่เราหวัง

จากกันคราวนี้อีกนานแน่เลยกว่าจะได้เจอกัน ดูแลสุขภาพด้วยล่ะ
แล้วพยายามอย่าคิดมากล่ะ
อะไรวางได้ก้อวางนะ

ไม่สบายใจก้อกริ๊งกร๊างมาละกัน
+++ เชียงรายยังรอเทอนะจ๊ะ+++

#1 By tcher waan on 2007-03-21 13:48