Anywhere Is กับ ความทรงจำ

posted on 02 Oct 2006 21:47 by amsk8ebola in Short-Story



Enya: Anywhere is



I walk the maze of moments
But everywhere I turn to
Begins a new beginning
But never finds a finish
I walk to the horizon
And there I find another
It all seems so surprising

In motion on the ocean
The moon still keeps on moving
The waves still keep on waving
And I still keep on going

I look up to the heavens
But night has clouded over
No spark of constellation
No vela no orion

As pillow words are weaving
And willow waves are leaving
But should I be believing
That I am only dreaming

I took the turn and turned to
Begin a new beginning
Still looking for the answer
I cannot find the finish
Its either this or that way
It should be one direction
The turn that I was making
I might be just beginning
I might be near the end.

*********************************

นี่เป็นแค่เนื้อร้องของเพลงนี้เพียงส่วนหนึ่ง

โดยทั้งหมดของเนื้อหาเพลงนี้

"สวยมาก"

นั่งแปลเป็นภาษาไทยแล้ว

ยังไงก็ไม่สวยเท่าภาษาต้นฉบับ

ต้องลองอ่านและร้องเอง

แล้วจะรู้ว่า

เพลงนี้ สวยยังไง

สำหรับเรา(แอม-กุ-ชั้น)คิดว่า

มันสวยตรง การใช้ภาษา

การใช้ภาษาเปรียบเที่ยบ

การใช้ภาษาเพื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ

ถ้าลองจินตนาการตามภาษาที่ใช้

จะเห็นภาพ.. ภาพอะไรไม่รู้เหมือนกัน

ต้องลองจินตนาการดูเอง

:P




จิงๆ แล้วจุดประสงค์หลักของการลงเพลงนี้บนบล๊อก

ก็เพราะว่า

"นึกถึงวันเวลาเก่าๆ ของ Sihn Sart Show Project#4: Fulfill a Gorgeous Moment"

โปรเจคประจำรุ่น สำหรับพี่ปี 4 ที่ต้องเป็นคนจัดการทั้งหมด

และอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการสอนงานให้กับน้องๆ

ช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน

การทำงานร่วมกับผู้คนมากมาย

และการทำงานกับจิตใจตัวเอง

"มีความสุขมาก" กับโปรเจคนี้

ช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ไม่ได้ร่วมอะไรเลยกับโปรเจคนี้

ตอนปี 1 ทำได้แค่

"ยืนล้อมห้องประชุมและผู้ชม และร้องเพลงประจำสำนักวิชา: ศรีศิลปศาสตร์"

แต่ปีนี้.. ปี 4

ได้ทำงานที่เรียกได้ว่าเป็นชิ้นเป็นอันอยู่เหมือนกัน

..."Backstage"...

หน้าที่ที่ได้รับคือ คุมเวทีด้านขวา

ควบคุมคิวการแสดงร่วมกับ คนคุมเวทีด้านซ้าย - Stage Manager - Technician ด้านไฟและเทคนิค

ที่สำคัญ ต้องถือ วอ ด้วย

ฮ่าๆๆ อาจจะฟังดูตลกๆนะ

แต่เชื่อมั้ยว่ามันเป็นงานที่ท้าทาย สนุกและเป็นงานที่ใฝ่ฝันมานานแล้ว

ตอนแรกที่คุยกันเรื่องโปรเจคนี้ มีการแบ่งฝ่ายแบ่งงานกัน

คิดว่าตัวเองจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

แล้วช่วงระยะเวลาร่วมเดือนที่ไม่ได้แตะอะไรเลย

ทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่ตัวเองคิดมันเป็นจิงล่ะสิ

แต่แล้ว ก็ผิดคาด

เมื่อไปเอ่ยปากของานจากเพื่อนนักแสดงคนนึง

"เมิง.. กุไม่มีอะไรทำ มีไรให้กุทำบ้างอะ"

"เมิงไปทำสเตจป่ะล่ะ กะพวก ญ น่ะ"

"แล้วกุจะทำเปนหรอเมิง ต้องทำไรบ้างอะ?"

..... สรรพเหระกันไปเรื่อย..

ก็ยังคิดอยู่ว่า ก้อคงไม่ได้ทำอะไรอีกแหละ ปีนี้ Y____Y

"ญ เมิงมีอะไรให้กุทำมั้ย?"

"มี เมิงมาอยู่กับกุมั้ยล่ะ?"

"ทำไรวะ"

"ช่วยกุรันงาน"

"...???..."

"เออ ทำก็ทำ ทำไงก้อบอกกุด้วยละกัน"

ตบปากรับคำก่อนการแสดงจิงไม่ถึงอาทิตย์

ตบปากรับหน้าที่ไปไม่เกิน 5 ชั่วโมงได้ทำงานเลย

"จัดลำดับการแสดงทั้งหมด ตั้งแต่เปิดงาน จนกระทั่งถึงการแสดงละคร"

ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ(สำหรับเรา)

ญ บอกว่า ลำดับการแสดงปีนี้โคดละเอียดเลย

ก็แหงล่ะ จัดลำดับกันทุกๆ 5 นาทีจะไม่ให้ละเอียดได้ไง

เก็บทุกรายละเอียด เพราะอยากให้งานออกมาดี



มีหลักฐานให้ดูแค่นี้แหละ

ใบรันงานเต็มๆรุงรังกว่านี้เยอะ จดแล้วขีดฆ่าอีก

จดเองยัง งง เองเลย !!

ฮ่าๆ

จับงานอย่างเต็มมือจิงๆ เบ็ดเสร็จ 4 วัน

ทุ่มเทให้งานทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น

การซ้อมใหญ่ สองวัน

และ การแสดงจริงๆ อีกสองวัน

ปีนี้ถือว่ากล้าหาญมาก จัดสองวัน

คนอื่น อาจจะฟังดูน้อย ม.อื่นๆ ก็จัดหลายวันได้ นี่แค่สองวันเอง

แต่สำหรับสำนักวิชาเล็กๆ กับมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเปิดได้แค่ 8 ปี

และโปรเจคนี้ก็จัดมาได้เพียง 4 ปีเท่านั้น

จัดสองวันถือเป็นเรื่องใหญ่ของสำนักวิชาและเจ้าของโปรเจคพอสมควร

เสียน้ำตาให้กับงานครบทั้งสี่วัน

น้ำตาแห่งความเหน็ดเหนื่อยกับงาน

น้ำตาแห่งความท้อ... ท้อที่ทำไมคนบางคนไม่เต็มที่กับงานเลย

น้ำตาแห่งความดีใจ ที่งานในวันแรกผ่านไปได้ แม้จะทุกลักทุเล "มาก"

น้ำตาแห่งความดีใจ ที่งานวันที่สองประสบผลสำเร็จและดีกว่าเดิม

ก็เพราะได้บทเรียนจากวันแรก และนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น

น้ำตาแห่งความปลื้มปิติ ที่ได้ร่วมงานครั้งนี้ ปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นปีสุดท้ายของตัวเอง

น้ำตาแห่งความตื้นตัน ที่ได้ร้องเพลงประจำสำนักวิชา ร่วมกับพี่ๆ รุ่นแรก

พี่ถึงขนาดลางานมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

มีไม่กี่ครั้งหรอก ที่จะได้ร้องเพลงพร้อมกับรุ่นเปิดสำนัก หรือคณะของคุน

รุ่นแรก

รุ่นสอง รุ่นสาม

รุ่นสี่

จนถึง รุ่นเจ็ด.....

"น้ำตาแห่งความสุขทั้งนั้น"



ยังแอบคิดอยู่เลยว่า

ถ้าปีนี้ไม่ได้ร่วมทำงานอะไรเลยสักอย่าง จะรู้สึกยังไง

"เสียใจ และ เสียดาย"

คิดไม่ผิดเลยที่เอ่ยปากของานไป

ถึงแม้จะเป็นงานที่ไม่เคยทำ

ถึงแม้จะเป็นงานที่(คิดว่า)ยาก

แต่นั่นก็เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กับชีวิตด้านหนึ่ง

เป็นการเติมเต็มความฝันเล็กๆน้อยๆของตัวเอง

คงไม่ทุกคนที่มีโอกาสได้ทำงานอย่างที่ตัวเองฝันไว้

"แม้มันจะเป็นเพียงแค่ระยะเวลาแค่ 4 วัน แต่ไม่ถึง 92 ชั่วโมง"


**Everything is gonna be real, if you catch that chance without any indecision.**





entry สำหรับวันนี้คงยาววววววววววว มากๆ สำหรับหลายคน

ไม่อ่าน หรือ อ่านไม่จบก็ไม่เปนไร ไม่เคยว่าใคร

อยู่ที่ความพอใจของแต่ละคน

แต่สำหรับเจ้าของบล๊อกแล้ว

"นี่เป็นการเก็บความประทับใจและความทรงจำส่วนหนึ่งของชีวิต(มหาลัย)

วันข้างหน้า เมื่อกลับมาอ่าน entry นี้แล้ว

ก็จะได้นึกภาพเก่าๆ ได้อย่าง ชัดเจน"

( เพลงนี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของงาน โดยประกอบกับ VTR ของ cheer leader )


Hello! Good Site! Thanks you! sdnymikbdupo

#11 By mghcncbftd (195.5.20.194) on 2008-01-28 05:46


เราใช้ชื่อ anywhereis
ก็เพราะชอบคนนี้ .. ชอบเพลงนี้นี่หล่ะคะ
โนะ
เวลาทำงานเงี้ยะ
ถึงจ่ะเหนื่อย
แต่ก้อได้อ่ะไรแยะเลย
มีความสุขดี
.
.

แต่สิ่งไท่ได้กลับมามานก้อทำให้หายเหนื่อยมิช่ายหรือ 55+

#9 By cii³ on 2006-10-03 14:30

คำเพ้อพร่ำของปีสี่

ปีหน้าก็สู่โลกภายนอกแล้วสิ

#8 By อะโบกาโด (61.7.156.90 /61.7.156.90) on 2006-10-03 14:21

อ่อย........ ยาวมากเลยแอม เดี๋ยวพี่ค่อยกลับมาอ่านอีกที ตอนเย็น ๆ ละกันนะครับ

ขอจัดการกับเครื่องก่อน เดี้ยงไปแล้ว 1 มา comment จองที่ไว้ก่อน

ช่วงนี้คงใกล้สอบ หรือกำลังสอบ อวยพรให้ได้ A นะครับ

#7 By Snare on 2006-10-03 07:57

^
^
^ จะเขียนว่าโลกอีกใบ นะคับ..

#6 By GuGGGar on 2006-10-03 00:52


อ่านแล้วรู้สึกดีจังคับ...ได้กลิ่นบรรยากาศตอนก่อนจบลอยมาจางๆ..
(...แต่ของผมไม่ยักกะแฮปปี้แบบนี้แฮะ5555)
เป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับดลกอีกใบที่ยังรอคุณอยู่นะคับ ...ถึงเวลานั้นก็อย่าท้อซะล่ะ ทาเคชิ!!!

#5 By GuGGGar on 2006-10-03 00:51

ยินดีที่มา เยี่ยมคับ

อะเพลง แน้วแนว เพราะมาก

ปล. หอผมอยุรังสิตคับ/ผมเรียน มรังสิตคับ



แต่ยังไงก็ เพราะอยุดีเพลง ...บลอคนี้

#4 By ฺBOWSCLOSE* on 2006-10-03 00:40

หืม...ใช่งับ

ภูมิใจ.. เวลาได้ทำงานกะเพื่อนร่วมรุ่น

และผลสำเร็จที่ออกมา

ไม่ว่าจะดีเกินคาด

หรือว่าจะล้มจนไม่เหลือซาก

แต่เราก็ยังภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของผลงาน

#3 By [B|-ood] on 2006-10-03 00:37

"Proud to be a small part of School of Liberal Arts: English Major"

#2 By Am: Pimpon on 2006-10-02 21:52